สมุดไทยขาว บันทึกด้วยอักษรไทย ภาษาไทย ลายมือเป็นระเบียบสวยงาม อ่านง่าย และมีการบุว่า “ผู้คัดลอก คือ นายทรง” เนื้อเรื่องกล่าวถึง กาละยักษ์ร่ำเรียนเวทย์มนตร์คาถากับฤาษีมหาจุณ โดยกาละยักษ์ปรนนิบัติฤาษีผู้เป็นอาจารย์เป็นอย่างดี ก่อนจะลากลับเมือง เพราะใจคิดอย่างครองเมืองโสฬส ท้าวปัศวดี กษัตริย์เมืองโสฬส ถูกกาละยักษ์สังหารและยึดเมือง นางเกศมาลี ผู้เป็นมเหสีและพระมารดาของท้าวลิ้นทองก็เสด็จหนีออกจากเมืองไปอยู่กับตายายในป่า ด้านท้าวลิ้นทองผู้เป็นโอรสได้พระอินทร์ช่วยเอาไว้และนำไปฝากไว้กับฤาษีบนเขามุนินทรให้เลี้ยงดูและสอนเวทมนตร์ พระฤาษีมหาจุลได้ชุบเลี้ยงและสอนวิชาแปลงกายเป็นสัตว์ต่าง ๆ เช่น นก ช้าง ม้า แมว เสือ สิงโต เป็นต้น ฝ่ายนางสุวรรณมาลา แต่เดิมนั้นนางเป็นเทพธิดาอยู่สวรรค์ชั้นไตรตรึงษ์ ได้มาจุติอยู่ในดอกสารภี ครั้นฤาษีมาพบดอกสารภีที่ไม่เคยเหี่ยวเฉา เด็ดดอกไม้กลับมาที่อาศรม พบนางสุวรรณมาลาอยู่ในดอกไม้ จึงรับเลี้ยงเป็นบุตรี ท้าวลิ้นทองเข้าไปเก็บผลไม้ในป่าหิมพานต์ พบนางสุวรรณมาลานั่งอยู่ริมสระน้ำ โฉมงามจับใจ ท้าวลิ้นทองจำแลงกายเป็นนกสาลิกา พูดจาภาษามนุษย์ จนเกิดความผูกพันทางใจ ต่อมาลิ้นทองคืนร่างเป็นบุรุษรูปงาม สร้างความตกตะลึงพร้อม ๆ กับความพอใจ ทั้งสองลอบพบนัดหมายกันอยู่เนือง ๆ ในที่สุด ท้าวลิ้นทองได้กราบขอสุวรรณมาลาเป็นคู่ครอง ฤาษีเห็นบุญบารมีคู่ควร จึงประกอบพิธีมงคลโดยเชิญเทวดาและนางฟ้าจากสวรรค์ลงมาร่วมพยานให้ทั้งสองได้เสกสมร่วมอภิรมย์ วันหนึ่งขณะที่ท้าวลิ้นทองบรรทมสุบินถึงพระบิดาพระมารดาให้โทมนัส จึงกราบลาฤาษี และชักชวนนางสุวรรณมาลามเหสี กลับไปยังเมืองโสฬส เพื่อชุบชีวิตพระปัศวดีพระบิดา และล้างแค้นกาละยักษ์ ต้นฉบับจบลงเพียงเท่านี้
หอสมุดแห่งชาติให้ทะเบียนเลขที่ 1101/1ค
สมุดไทยขาว บันทึกด้วยอักษรไทย ภาษาไทย ภาพวาดรูปคนลงสีสวยงาม แต่สภาพเอกสารไม่ครบฉบับ หน้าต้นและหน้าปลายบางส่วนขาดหายไป และมีรอยขาดแหว่งชำรุดเล็กน้อย เนื้อหาเกี่ยวกับพรหมชาติ การทำนายดวงชะตาวันเดือนปีเกิดทั้งผู้ชายผู้หญิงที่เกิดในวันเดือนปีดังกล่าว
การอ่านเอกสารชุดนี้ ให้อ่านจากขวาไปซ้าย สภาพเอกสารที่พบมีกระดาษมีรอยน้ำซึม กระดาษติดกัน บางส่วนที่กระดาษติดกันนั้นอักษรมีลบเลือนบ้าง แต่โดยรวมยังอ่านได้ หน้าแรกของบทมีการตกแต่งลวดลาย วรรคตอนต่าง ๆ ในตำราถูกจัดไว้เป็นหมวดหมู่ ในกรอบดำ-แดง
สมุดไทยขาวบันทึกด้วยอักษรไทย ภาษาไทย สภาพชำรุดขาดเป็นชิ้น ไม่ครบฉบับ เนื้อหากล่าวถึงตำราห่วง มีภาพวาดลงสีสันสวยงาม
เอกสารโบราณชุดนี้ถูกพบที่บ้านพักอดีตจุฬาราชมนตรี ต่วน สุวรรณศาสน์ เรียก บ้านเขียวอันยุมัน อาคารไม้ 2 ชั้นหลังเล็กอายุ 100 กว่าปี ปัจจุบันบ้านพักหลังนี้มีแผนถูกปรับเป็น พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด และแกลเลอรี่เล็ก ๆ สำหรับผู้สนใจเรื่องเกี่ยวกับอิสลามต่อไป
หน้าปกปรากฎข้อความว่า "บานชีย พ่อจาดข้ายเชื่อพาใหพู- มีชื่อชาย หญิง ไปปต้นบัยชีย ณ วัน ๖ ฯ๘ ๕ ค่ำ ปีมะโรงยังเป็นเอกศก เล่มนีเล่ม ๑ ||ะ", "เล่มนีเกบเงีนไดเสดบันชีแล้ว", "เรื่องราวสะมุนณี ถ้าคํนฎีจํงบูชา คํนรักชัวมันดาว้าแกลงกล้าวมัน นีว้าจะให้ดีหมีใช้ทีจะหมายมั่น"
ข้อความระบุว่า "หน้าต้นแผนหะกีกัตเลมนี ทาผูไดอานใหพีจ่ร่นา ทาพีตพัลงข่อม่อาษเทฺษ" และหน้าสุดท้าย "หนังสือเลมนี ข้า นายกูลาบเขยีนณ่วัน ๒ เดือน ๑๒ แรม ๕ ค่ำจุล่ศักราชพันสองร้อยเจ่าปีม่เสงทรัพศก" ตรงกับวันจันทร์ เดือน 12 แรม 5 คำ จุลศักราช 2070 หรือตรงกับพุทธศักราช 2251
บันทึกเรื่องทั่วไปหลายเรื่อง และหลายลายมือ เช่น ตำรายา ตำราแปรธาตุ เป็นต้น