เอกสารตัวเขียน

BKK004-001 ตำราศาสนาอิสลาม

ศาสนาอิสลาม
เอกสารตัวเขียน , เอกสารโบราณ , มุสลิม , มัสยิด , ศาสนาอิสลาม , สมุดไทยดำ , หลักปฏิบัติ , ศาสนา

เอกสารโบราณชุดนี้ถูกพบที่บ้านพักอดีตจุฬาราชมนตรี ต่วน สุวรรณศาสน์ เรียก บ้านเขียวอันยุมัน อาคารไม้ 2 ชั้นหลังเล็กอายุ 100 กว่าปี ปัจจุบันบ้านพักหลังนี้มีแผนถูกปรับเป็น พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด และแกลเลอรี่เล็ก ๆ สำหรับผู้สนใจเรื่องเกี่ยวกับอิสลามต่อไป

PBI001-015 ตำราห่วง

ตำราโหราศาสตร์
วัดโคก , เพชรบุรี , ห่วง , ยันต์ , นาคพันธ์

สมุดไทยขาวบันทึกด้วยอักษรไทย ภาษาไทย สภาพชำรุดขาดเป็นชิ้น ไม่ครบฉบับ เนื้อหากล่าวถึงตำราห่วง มีภาพวาดลงสีสันสวยงาม  

BKK002-005 ตำรารวมบทกลอนสรรเสริญและชีวประวัตินะบีมูฮัมหมัด

ศาสนาอิสลาม
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) , มัสยิดหลวงอันซอริซซุนนะห์ , ศมส , เอกสารมุสลิม , สมุดฝรั่ง , มุสลิม , อิสลาม , เอกสารส่วนบุคคล , มนัสวี , นะบี , บทสรรเสริญ , ชีวประวัติ

การอ่านเอกสารชุดนี้ ให้อ่านจากขวาไปซ้าย สภาพเอกสารที่พบมีกระดาษมีรอยน้ำซึม กระดาษติดกัน บางส่วนที่กระดาษติดกันนั้นอักษรมีลบเลือนบ้าง แต่โดยรวมยังอ่านได้ หน้าแรกของบทมีการตกแต่งลวดลาย วรรคตอนต่าง ๆ ในตำราถูกจัดไว้เป็นหมวดหมู่ ในกรอบดำ-แดง

แหล่งข้อมูล

  • WEB PORTAL เอกสารโบราณ

    สถาบัน

    เว็บท่า (WEB PORTAL) เอกสารโบราณ เป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่จัดทำฐานข้อมูลด้านเอกสารตัวเขียน บูรณาการเชื่อมโยงเครือข่ายข้อมูลเข้าด้วยกัน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลความรู้ด้านเอกสารตัวเขียนได้ในจุดเดียว เว็บท่า (WEB PORTAL) เอกสารโบราณ ได้รวบรวมข้อมูลเอกสารตัวเขียน โดยปัจจุบันมีข้อมูลของ คลังข้อมูลดิจิทัล  (Digital Repository) สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และฐานข้อมูลเอกสารตัวเขียนในประเทศไทย (Database Manuscripts of Thailand) ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เปิดให้ใช้บริการ ซึ่งมีข้อมูลเอกสารตัวเขียนรวมกันกว่า 1,800 รายการ และมีแนวทางที่จะแสวงหาเครือข่ายเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลด้านเอกสารตัวเขียนให้ครอบคลุมและเกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ สามารถเข้าไปใช้งานที่เว็บไซต์ https://db.sac.or.th/manuscriptsofthailand/

  • วัดศรีสะอาด

    วัดศรีสะอาด

    วัด

    ตามประวัติวัดในหนังสือ ประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร เล่ม 11 ระบุว่า วัดศรีสะอาด ตั้งเมื่อ พ.ศ.2380 พระอธิการบุตรศรี อพยพมาจากเวียงจันทน์ มาสร้างวัดขึ้น ชาวบ้านเรียกว่า วัดบ้านเก่า ได้รับ พระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2480 เขตวิสุงคามกว้าง 3 เมตร ยาว 6 เมตร อย่างไรก็ตามจากการศึกษาพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของอำเภอด่านซ้ายเบื้องต้นพบว่า วัดศรีสะอาด บ้านเก่า ในอดีตตั้งอยู่ในเขตตำบลหนองผือ (ปัจจุบันมีการยุบเข้ากับตำบลด่านซ้ายและแยก เขตปกครองมาตั้งใหม่เป็นตำบลนาหอ) ซึ่งสอดคล้องกับประกาศการพระราชทานวิสุงคามสีมาสามัญ ความว่า “วัดศรีสอาด ตำบลหนองผือ อำเภอด่านซ้าย มีเนื้อที่ยาว 2 เส้น (80 เมตร) กว้าง 1 เส้น (40 เมตร)” ขณะเดียวกันพระครูวิสุทธิวรญาณ (วรวัฒน์ วราโณ) และชาวบ้านเล่าว่าวัดศรีสะอาดบ้านเก่า เคยอุโบสถน้ำ (สิมน้ำ) บริเวณด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของพื้นที่วัดในปัจจุบัน อีกทั้งในอดีตยังอยู่ใกล้กับ แม่น้ำหมัน ในเวลาต่อมาราวปลายทศวรรษ 2470 ถึงต้นทศวรรษ 2780 ได้มีการรื้อถอนสิมน้ำและยื่นขอพระราชทานวิสุงคามสีมา อย่างไรก็ตามจารึกบนเสมาหินทรายแดงด้านหนึ่งปรากฏข้อความว่า “พ.ศ.2482 พระครูชำนาญ...” นั่นจึงมีความเป็นไปได้ว่า ในช่วงระหว่าง พ.ศ.2477-2481 คงมีการ ดำเนินการสร้างอุโบสถ และประกอบพิธีผูกพัทธสีมา (ขอดสิม) ขึ้นใน พ.ศ.2482 และภายหลังมีการสร้างพระพุทธรูปปูนปั้นทางด้านซ้ายและขวาของพระประธาน เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ.2517 และวันที่ 14 มกราคม พ.ศ.2518 ปัจจุบัน วัดศรีสะอาด บ้านเก่า มี พระศุภวัตร์ สุทนฺโต เป็นผู้รักษาการ เจ้าอาวาส มีศาสนวัตถุและศาสนคารที่สำคัญ ได้แก่ อุโบสถ พระธาตุสันติ หอกลอง หอไตร ศาลา การเปรียญหลังเก่า (กุฏิไม้โบราณ) ศาลาหอฉัน (ศาลาการเปรีญหลังใหม่) ศาลาหลวงปู่บุญเร่ง โรงครัว และฌาปนสถาน (เมรุ) การสำรวจเอกสารโบราณวัดศรีสะอาด บ้านเก่า ตำบลนาหอ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย พบว่า เอกสารโบราณภายในวัดศรีสะอาดได้รับการสำรวจและอนุรักษ์จากโครงการอนุรักษ์ใบลานภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยมหาสารคามอยู่ก่อนแล้วจำนวน 2 หลังกระดาษ ขณะเดียวกันเอกสารโบราณที่ไม่ได้รับการสำรวจและอนุรักษ์นั้น อยู่ในหีบธรรม 2 ใบ ซึ่งตั้งอยู่บนขื่อคานของกุฏิไม้โบราณ ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นของโบราณและมีความศักดิ์สิทธิ์ เมื่อมีการนำหีบทั้ง 2 ลงมาในช่วงระหว่างเดือน ตุลาคม พ.ศ.2566 ด้วยวิธีการที่ไม่ได้มาตรฐานจึงทำให้หีบใบหนึ่งชำรุดเสียหาย ต่อมาเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2566 นายปฐมพร จำปาอ่อน และนายวีระพล ศรีบุญ มี สมาชิกกลุ่มฯ พร้อมด้วยนายพุฒิวงศ์ จันทะนา ได้รับความเมตตาอนุเคราะห์จากพระมหายุรนันท์ สุมงฺคโล พาคณะไปสำรวจเอกสารโบราณวัดศรีสะอาด เบื้องต้นซึ่งพบว่ามีเอกสารโบราณประเภทหนังสือใบลานทั้งตัวเขียนและตัวพิมพ์ นอกจากนี้ยังมีพับสาอีกจำนวนหนึ่ง อย่างไรก็ตามเอกสารเหล่านี้ส่วนหนึ่งอยู่ในสภาพชำรุดไม่สามารถอนุรักษ์ให้สามารถคืนกลับมาเป็นลานแผ่นได้ จึงได้แจ้งให้ทางวัดดำเนินการคัดแยกไว้ ภายหลังจากการสำรวจทางกลุ่มฯ ได้ประชุมเพื่อวางแผน ในการดำเนินงานต่อไป ซึ่งได้ผลสรุป คือ ข้อตกลงมาจะดำเนินการในรูปแบบโครงการสำรวจและอนุรักษ์เอกสารโบราณ ในระยะเวลาที่สมาชิกกลุ่มฯ อยู่ในช่วงปิดภาคการศึกษาในระดับอุดมศึกษา (ช่วงเดือน เมษายน-เดือนพฤษภาคม 2567) จึงได้กำหนดระยะเวลาในการจัดโครงการในระหว่างวันที่ 24 เมษายน ถึงวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ.2567 ในช่วงต้นเดือนมกราคม พ.ศ.2567 กลุ่มฯ ได้รับแจ้งเรื่องจากพระมหายุรนันท์ ที่ปรึกษาโครงการและคณะทำงานในครั้งนี้ว่า เจ้าอาวาสวัดศรีสะอาดซึ่งทางกลุ่มฯ ได้เคยติดต่อประสานงานได้ลาสิกขาแล้ว ส่งผลให้ชาวบ้านในชุมชนเชื่อว่ามีสาเหตุมีจากการนำหีบธรรม 2 ใบ ซึ่งเป็นวัตถุโบราณสำคัญของวัดและชุมชนลงมาโดยไม่ได้มีการขออนุญาตและถือเป็นการลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ จนนำมาสู่การลาสิกขาในเวลาต่อมา ด้วยเหตุนี้ผู้คนในชุมชนจึงมีความประสงค์จะนำหีบทั้ง 2 ใบ พร้อม เอกสารโบราณ หนังสือใบลาน สมุดไทย พับสา ทั้งหมด กลับคืนที่เดิม  **************************************************************** อ้างอิง กลุ่มเล่าเรื่องเมืองเลย. (2567). รายงานสรุปผลการดำเนินงาน โครงการสำรวจเอกสารโบราณและทัศนศึกษา ในท้องที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และแขวงไซยะบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว. ม.ป.ท.:ม.ป.พ.

  • คอลเลกชันพิเศษบ้านคลองบางหลวง

    เอกชน

    เอกสารตัวเขียนชุดนี้เป็นมรดกตกทอดของสายตระกูลมานะจิตต์ของคุณวรรณี มานะจิตต์ และคุณฤดล สามารถ ผู้สืบเชื้อสายจากสายสกุลสุลต่านสุลัยมาน ผู้ครองเมืองสงขลาในอดีต ประวัติความเป็นมาของสุลต่านสุลัยมาน (ชาห์)   สุลต่านสุลัยมาน (ชาห์) ผู้ปกครองเมืองสงขลา (สิงขรนคร) ในช่วง พ.ศ. 2185-2211 เป็นบุตรชายของของดาโต๊ะโมกอล ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นชาวอาหรับเปอร์เซีย นับถือศาสนาอิสลามตามซุนนะฮ์ ครอบครัวท่านได้ตั้งถิ่นฐานในเมืองสาเลห์บนเกาะชวา ต่อมาถูกพวกฮอลันดารุกรานจึงอพยพเข้ามาตั้งชุมชนการค้าในบริเวณหัวเขาแดงริมทะเลปากอาวสงขลา และได้พัฒนาบริเวณนี้จนกลายเป็นท่าเรือการค้าใหญ่   ในสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ พ.ศ. 2148-2153 ทรงแต่งตั้งดาโต๊ะโมกอลเป็นข้าหลวงใหญ่แห่งพระเจ้ากรุงสยาม ประจำเมืงพัทลุงอยู่ที่หัวเขาแดง แขวงเมืองสงขลา มีหน้าที่ดูแลเมืองพัทลุง และเก็บค่าธรรมเนียมเทียบท่าจอดเรือจากบรรดาเรือสินค้า ส่งเป็นส่วยเข้าท้องพระคลังหลวง เมื่อดาโต๊ะโมกอลล์ถึงแก่อสัญกรรม พ.ศ.2163 สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้สุลัยมาน (ชาห์) บุตรชายคนโตของดาโต๊ะโมกอลเป็นเจ้าเมืองสงขลาและเมืองพัทลุงสืบต่อจากบิดา (สรยุทธ ชื่นภักดี, 2547: 3-5)   ต่อมาในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง พ.ศ. 2173 ท่านสุลัยมาน (ชาห์) ได้ประกาศแข็งเมืองและตั้งตนเป็นอิสระไม่ขึ้นกับกรุงศรีอยุธยา เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพระเจ้าปราสาททองในการปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ สมเด็จพระเจ้าปราสาททองจึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้หัวเมืองภาคใต้ร่วมกันปราบปราม แต่ก็พ่ายแพ้ ตลอดรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททองนั้น สุลต่านสุลัยมาน (ชาห์) มีอำนาจครองดินแดนกว้างขวางตลอดชายฝั่งทะเลอันดามันและฝั่งอ่าวไทย ด้านใต้จรดปัตตานีและไทรบุรี ด้านเหนือจรดเมืองนครศรีธรรมราช สุลต่านสุลัยมาน (ชาห์) ถึงแก่พิราลัย พ.ศ. 2211 ท่านมีบุตรชาย 3 คน ได้แก่ ท่านมุสตาฟา ท่านฮะซัน และท่านฮูเซน   ท่านมุสตาฟาได้ปกครองสงขลาสืบต่อมาจนกระทั่ง พ.ศ. 2223 สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชจึงโปรดเกล้าฯ ให้ทัพหลวงยกไปปราบปรามนครสงขลาจนได้รับชัยชนะ สมเด็จพระนารายณ์มหาราชจึงโปรดเกล้าฯ ให้สลายเมืองสงขลาและกำลังทหารเสียเกือบหมดสิ้น  สมเด็จพระนารายณ์โปรดเกล้าฯ ให้ท่านมุสตาฟาย้ายภูมิลำเนาไปตั้งอยู่ที่ไชยา ทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งท่านมุสตาฟาให้เป็น “พระยาไชยา” มีราชทินนามว่า “พระยาพิชิตภักดีศรีพิชัยสงคราม” พ.ศ. 2225 ได้สร้างเมืองใหม่ขึ้นที่ไชยา มีการปักหลักประตูเมือง ซึ่งเรียกว่า “เสาประโคนชัย” อยู่กลางเมือง  ท่านฮะซันได้เข้ามารับราชการในกรุงศรีอยุธยา ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็น “พระยาราชวังสัน (ฮะซัน) แม่ทัพเรือแห่งกรุงศรีอยุธยา และตำแหน่งนี้ได้สืบเนื่องกันมาในสายตระกูลสุลต่านสุลัยมานอาทิ ขุนลักษมณา (บุญยัง) บุตรของท่านฮะซัน และเจ้าพระยาจักรี (หมุด) บุตรของท่านขุนลักษมณา (บุญยัง)    ส่วนท่านฮูเซนได้เข้ามารับราชการในกรุงศรีอยุธยาระยะหนึ่ง ต่อมาได้กลับไปช่วยราชการพระยาไชยา (มุสตาฟา) ที่เมืองไชยาในตำแหน่งปลัดเมืองไชยา ภายหลังได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ไปเป็นพระยาพัทลุง พ.ศ. 2226 (อาดี เสือสมิง, 2555: ออนไลน์)  สายตระกูลสุลต่านสุลัยมาน (ชาห์) ได้ดำรงตำแหน่งพระยาราชวังสันนับตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายจวบจนถึงรัชกาลที่ 5 แห่งบรมราชจักรีวงศ์นั้นล้วนแต่เป็นมุสลิมทั้งสิ้น ในขณะที่ลูกหลานในสายตระกูลนี้ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองพัทลุง เจ้าเมืองไชยา เจ้าเมืองตะกั่วป่า เจ้าเมืองจะนะ   และเป็นถึงเจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์ ที่สมุหนายกในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี (อาดี เสือสมิง, 2555: ออนไลน์)  สกุลมานะจิตต์  พันตรีหลวงไพบูลย์ยนตรกิจ (สุดใจ มานะจิตต์) เป็นบุตรของท่านน้อย มานะจิตต์ (บุตรของหลวงลักษณมณา (หม่าน) กับท่านเอม) และท่านเม้า ศรเดช (บุตรีของท่านจอมและท่านกบ ศรเดช) หลวงไพบูลย์ยนตรกิจ เกิดเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2431 ที่บ้านใกล้กับวัดอินทาราม (วัดใต้) ริมคลองบางใหญ่ เมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาได้เข้ารับราชการเป็นทหารบก พ.ศ. 2451 และมีความเจริญในหน้าที่การตามลำดับชั้น ครั้นถึงวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2480 ท่านได้รับพระราชยศเป็น พันตรีหลวงไพบูลย์ยนตรกิจ  ด้านชีวิตครอบครัว ท่านสมรสกับท่านเสงี่ยม ทองคำวงศ์ (บุตรีท่านคำ ทองคำวงศ์) ภายหลังการสมรส ท่านได้ซื้อที่ดินและปลูกบ้านใกล้มัสยิดบางหลวง (กุฎีขาว) เยื้องกับมัสยิดต้นสน ท่านทั้งสองมีบุตรธิดาด้วยกัน 2 คน คือ คุณสมถวิล มานะจิตต์ และ ร.ต.ต.สุรพล มานะจิตต์  พ.ศ.2456 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ให้พระราชบัญญัตินามสกุลขึ้น พันตรีหลวงไพบูลย์ยนตรกิจก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานนามสกุลว่า “มาณะจิตต์” เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ.2456 ซึ่งถือเป็นเกียรติแก่วงศ์สกุลเป็นล้นพ้น ต่อมาในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม จึงให้เปลี่ยนการสะกดนามสกุลเป็น “มานะจิตต์” (ภัทร คาน, 2547: 46-49)    เอกสารตัวเขียนของบ้านคลองบางหลวง  เมื่อ 20-21 ตุลาคม 2568 คณะสำรวจฯ ได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านของคุณวรรณี มานะจิตต์ (บุตรีของคุณสมถวิล มานะจิตต์ และคุณอนันต์ มานะจิตต์ (อับดุลการีม) และเป็นหลานของพันตรีหลวงไพบูลย์ยนตรกิจท่านเสงี่ยม ทองคำวงศ์) ทายาทผู้ได้รับมรดกตกทอดอันเป็นเอกสารตัวเขียน ได้แก่ สมุดไทย และสมุดฝรั่ง จำนวนหนึ่ง หลังจากที่ทางคณะสำรวจฯ ได้เคยขออนุญาตสำรวจเบื้องต้นไปแล้วครั้งหนึ่ง โดยครั้งนั้นได้รับความเมตตาจากศราวุธ ศรีวรรณยศ อิหม่ามประจำมัสยิดต้น ช่วยติดต่อและประสานงานให้ทางคณะสำรวจฯ ได้เข้าไปสำรวจเอกสารส่วนบุคคลของคุณวรรณี มานะจิตต์ นอกจากนี้ คุณฤดล สามารถ (บุตรของคุณมาเรียม สามารถ และเป็นหลานของคุณวรรณี มานะจิตต์) ได้นำเอกสารตัวเขียนที่อยู่ในความดูแลมาสบทบเพื่อให้คณะสำรวจฯ ได้ทำทะเบียนและสำเนาดิจิทัลเอกสารตัวเขียน เพื่อเผยแพร่เอกสารตัวเขียนในฐานข้อมูลเอกสารตัวเขียนในประเทศไทย ศูนย์มานุษยวิทยาสิริธร (องค์การมหาชน) อันเป็นการสร้างคุณประโยชน์ให้แก่สาธารณชนในวงกว้างและขยายขอบเขตองค์ความรู้ให้สาธารณชนได้มีส่วนร่วมในการช่วยกันศึกษาประวัติศาสตร์และศาสตร์ด้านต่าง ๆ  

  • พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดคงคาราม

    วัด

    วัดคงคารามสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาต่อกรุงธนบุรี ตามประวัติกล่าวว่า เจ้าเมืองรามัญ 7 เมือง ได้แก่ พระสมิงสิงหบุรินทร์ เมืองสิงห์ พระนินนะภูมินบดี เมืองลุ่มสุ่ม พระชินติฐบดี เมืองท่าตะกั่ว พระนิโครธาภิโยค เมืองไทรโยค พระปนัสติฐบดี เมืองท่าขนุน พระเสลภูมิบดี เมืองทองผาภูมิ และพระผลกติฐบดี เมืองท่ากระดาน รวมถึงครอบครัวชาวมอญที่อพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารตั้งบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง ได้ร่วมกันบูรณปฏิสังขรณ์วัดคงคารามขึ้นเป็นวัดกลาง เพื่อใช้เป็นศูนย์รวมในการร่วมทำสังฆกรรมของสงฆ์แบบรามัญนิกายในวันเข้าและออกพรรษาของทุกปี อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมของชาวมอญในจังหวัดราชบุรีและจังหวัดใกล้เคียง โดยมีชื่อเรียกเป็นภาษามอญว่า “เภี้ยโต้” แปลว่าวัดกลาง และเป็นชื่อวัดหนึ่งในเมืองมอญ ปลายสมัยรัชกาลที่ 2 พระยามหาโยธา (เจ่ง คชเสนี) ขุนนางไทยเชื้อสายมอญได้นิมนต์พระราชาคณะฝ่ายรามัญนิกายมาเป็นเจ้าอาวาส วัดคงคารามเจริญรุ่งเรืองถึงขั้นสูงสุดในสมัยรัชกาลที่ 4 พระครูรามัญญาธิบดี เจ้าอาวาสเป็นที่เคารพนับถือมาก กิจกรรมต่างๆ ของวัดได้รับการอุปถัมภ์โดยเจ้าจอมมารดากลิ่นในรัชกาลที่ 4 และทูลเกล้าฯ ถวายให้เป็นพระอารามหลวง ซึ่งได้รับพระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดคงคาราม” สำหรับพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดคงคารามนั้น ก่อตั้งในปี 2542 โดยใช้กุฏิ 9 ห้อง ซึ่งเป็นเรือนไม้ทรงไทยที่ใหญ่และงามที่สุดแห่งหนึ่ง จัดเป็นที่แสดงโบราณวัตถุ และศิลปวัตถุที่ล้ำค่าอันเป็นสมบัติของวัดมาตั้งแต่สมัยโบราณ เช่น โลงมอญอายุกว่า 200 ปี แกะสลักลายดอกพุดตานลงรักปิดทองประณีตงดงาม คัมภีร์ใบลานและสมุดไทยที่จารเป็นภาษามอญจำนวนมาก หีบและตู้พระธรรม เครื่องปั้นดินเผาศิลปะมอญแกะสลักลวดลายวิจิตรหาชมได้ยากในปัจจุบัน เครื่องมือช่างสมัยโบราณ หนังช้างอานม้าลงรักปิดทอง ตาลปัตรพัดยศรูปทรงงดงาม เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายชาวมอญ เครื่องถ้วยลายคราม เครื่องทองเหลือง เป็นต้น ปี 2553 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ได้ร่วมงานกับวัดคงคารามเมื่อครั้งจัดงานเทศกาลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นครั้งที่ 2 ในหัวข้อ “สยามใหม่จากมุมมองท้องถิ่น” ต่อมาปี 2554 ศูนย์ฯ ได้จัดกิจกรรมอนุรักษ์ผ้าห่อคัมภีร์ เพื่อยืดอายุของผ้าในฐานะเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ และคุณค่าทางด้านศิลปะและพลังศรัทธาของชุมชน โดยมีผู้ทรงความรู้เรื่องผ้ามาให้ความรู้และปฏิบัติการในการอนุรักษ์ผ้าอย่างง่ายให้กับชาวบ้าน ทั้งการเก็บรักษาผ้าให้คงสภาพดีด้วยวิธีการม้วนผ้ากับแกนเพื่อไม่ให้เส้นใยผ้าหักงอ การจัดแสดงผ้าด้วยการตรึงผ้ากับกรอบไม้ และการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับผืนผ้าด้วยการทำผ้าดามหลัง รวมทั้งการซ่อมแซมผ้าซึ่งมีทั้งวิธีการตามหลักการอนุรักษ์ และวิธีแบบพื้นบ้านผสมผสานกัน ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากลุงป้าน้าอาชาวคงคารามเป็นอย่างดี และการจัดกิจกรรมอนุรักษ์ผ้าห่อคัมภีร์นี่เอง ทำให้ ดอกรัก พยัคศรี นักวิชาการฐานข้อมูลเอกสารโบราณฯ (ในขณะนั้น) ที่มีโอกาสได้ไปร่วมกิจกรรมด้วย พบว่านอกจากผ้าห่อคัมภีร์ที่น่าสนใจแล้ว ตัวเอกสารโบราณที่ถูกเก็บรักษาไว้ก็มีความน่าสนใจ น่าศึกษา สมควรที่จะอนุรักษ์เอกสารโบราณในรูปแบบของสำเนาดิจิทัล และเพิ่มช่องทางในการเผยแพร่เอกสารโบราณเหล่านี้ให้ผู้คนสามารถเข้าถึงเอกสารโบราณได้ง่ายขึ้น ปี 2559 ทางศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรฯ จึงทำหนังสือขออนุญาตเพื่อทำสำเนาดิจิทัลเอกสารโบราณ ทีมงานได้พบพระอนุวัฒน์ สุจิตฺโต ผู้ช่วยเจ้าอาวาส หรือพระเจี๊ยบ ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี พระเจี๊ยบให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าก่อนหน้านี้มีหน่วยงานของรัฐ คือ กลุ่มงานหนังสือตัวเขียนและจารึก สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร ได้เข้ามาสำรวจ ชำระ แยกประเภทและจัดหมวดหมู่เอกสารโบราณของวัดคงคารามไว้อย่างดีมาก และจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบ และได้อาจารย์พิศาล บุญผูก ผู้เชี่ยวชาญอักษรและภาษาโบราณมาช่วยอ่านแปลชื่อเรื่องให้ ซึ่งเป็นคุณูปการแก่วงวิชาการอย่างสูง อ้างอิงข้อมูลจาก 1) ประวัติความเป็นมาและสภาพทั่วไปของเทศบาลตำบลคลองตาคต, สืบค้นจาก http://www.klongtakot.go.th/general1.php 2) แผ่นพับประชาสัมพันธ์พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านและจิตรกรรมฝาผนังวัดคงคาราม 3) รีวิวพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดคงคาราม, ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย ศมส. https://db.sac.or.th/museum/museum-detail/435

บทความ/กิจกรรม

ลิ้นทอง ฉบับวัดคงคาราม จังหวัดราชบุรี

ลิ้นทอง ฉบับวัดคงคาราม จังหวัดราชบุรี

สมุดไทยขาว เรื่อง ลิ้นทอง ฉบับวัดคงคาราม จังหวัดราชบุรี (RBR002-1087) อักษรไทย ภาษาไทย มีอักษรขอมไทย และอักษรธรรมล้านนา ภาษาไทย แทรกเล็กน้อย เขียนด้วยหมึกดำ เอกสารไม่ครบฉบับ เนื้อหาไม่ต่อเนื่อง

การจัดการข้อมูลเอกสารโบราณในรูปแบบดิจิทัล (Learning Tool Kit)

การจัดการข้อมูลเอกสารโบราณในรูปแบบดิจิทัล (Learning Tool Kit)

ชุดการเรียนรู้พร้อมใช้ เรื่อง การจัดการเอกสารโบราณ (Learning Tool)
ด้วยฐานข้อมูลเอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย เห็นอุปสรรคของเครือข่ายวัดและสถาบันทางวัฒนธรรม เช่น พิพิธภัณฑ์ ที่มีวัตถุสะสมคือเอกสารโบราณเป็นจำนวนมาก ซึ่งเอกสารเหล่านั้นมีเนื้อหาที่ทรงคุณค่า ถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นอันสำคัญ สามารถนำไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม อาทิ ตำรายา ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วรรณกรรมท้องถิ่น ธรรมคดี
แต่ยังไม่สามารถจัดการและนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ อันเนื่องมาจากขาดการอนุรักษ์เชิงกายภาพ การสำรวจและทำทะเบียนเพื่อให้ทราบจำนวนและประเภทข้อมูล ทำให้เข้าถึงเนื้อหาเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อเป็นไปด้วยความลำบาก ซึ่งวัดและสถาบันทางวัฒนธรรมหลายแห่งพยายามติดต่อให้ศูนย์ฯ เข้าไปทำสำเนาดิจิทัลเอกสารโบราณเหล่านั้น
โครงการฯ จึงจัดทำชุดการเรียนรู้พร้อมใช้ เรื่อง การจัดการเอกสารโบราณ (Learning Tool Kit) สำหรับกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวที่สามารถใช้และเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง เป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ด้านการจัดการมรดกวัฒนธรรมของท้องถิ่นโดยเครือข่ายที่เป็นเจ้าของวัฒนธรรม

ข้อเสนอเชิงนโยบาย : การยกย่องผู้มีคุณงามความดีในการส่งเสริมและอนุรักษ์เอกสารตัวเขียน

ข้อเสนอเชิงนโยบาย : การยกย่องผู้มีคุณงามความดีในการส่งเสริมและอนุรักษ์เอกสารตัวเขียน

การยกย่องผู้มีคุณงามความดีในการส่งเสริมและอนุรักษ์เอกสารตัวเขียนเพื่อเสริมสร้างกำลังใจให้แก่ผู้อนุรักษ์เอกสารตัวเขียนที่ช่วยรักษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของไทย สืบทอดภูมิปัญญา นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมการตระหนักรู้ให้แก่คนในสังคม สร้างความตื่นตัวให้สังคมหันมาสนใจ อาจจะทำให้เกิดเครือข่ายกลุ่มผู้อนุรักษ์เอกสารตัวเขียนที่ค่อย ๆ ขยายตัวก็เป็นได้

ข้อเสนอเชิงนโยบาย: แนวทางที่ดีที่สุดในการสำรวจและอนุรักษ์เอกสารโบราณ/เอกสารตัวเขียน

ข้อเสนอเชิงนโยบาย: แนวทางที่ดีที่สุดในการสำรวจและอนุรักษ์เอกสารโบราณ/เอกสารตัวเขียน

การทำงานด้านการสำรวจและอนุรักษ์เอกสารโบราณ/เอกสารตัวเขียนในประเทศไทยต้องเผชิญหน้ากับหลายความท้าทายและข้อจำกัดทางความคิดที่ต้องอาศัยความร่วมมือและการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน การลุกขึ้นมาท้าทายเพื่อทลายข้อจำกัดทางความคิดเดิม ๆ เกี่ยวกับการสำรวจและอนุรักษ์เอกสารโบราณ/เอกสารตัวเขียนจึงทำให้ทุกคนสามารถดำเนินงานสำรวจและอนุรักษ์เอกสารโบราณ/เอกสารตัวเขียนได้อย่างทันท่วงที

รายงานสำรวจ ทำทะเบียน และถ่ายสำเนาดิจิทัลเอกสารตัวเขียน ณ หอจดหมายเหตุสาธารณสุขแห่งชาติ สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี 16-17 มีนาคม 2569

รายงานสำรวจ ทำทะเบียน และถ่ายสำเนาดิจิทัลเอกสารตัวเขียน ณ หอจดหมายเหตุสาธารณสุขแห่งชาติ สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี 16-17 มีนาคม 2569

รายงานสำรวจ ทำทะเบียน และถ่ายสำเนาดิจิทัลเอกสารตัวเขียน ณ หอจดหมายเหตุสาธารณสุขแห่งชาติ สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี วันที่ 16-17 มีนาคม 2569 ครั้งที่ 5

404 Not Found

Not Found

The requested URL /survey/survey-2025.html was not found on this server.