สมุดไทยขาว กล่าวถึง ยันต์ต่าง ๆ เช่น ยันต์กะตุด ยันต์นกคุ้ม ยันต์คงกระพัน ยันต์ลงหนัง เป็นต้น
สมุดไทยบันทึกตำราโหราศาสตร์ต่าง ๆ และมีตำรับยาสมุนไพรไทยแทรก
สมุดไทยบันทึกตำรายาสมุนไพรแผนโบราณ มียันต์ไสยศาสตร์ และมีเรื่องราวคล้ายวรรณกรรมไม่ทราบเรื่อง ท้ายสมุดบันทึกว่า “หนังสือครูสายลาวใหญ่ สร้างไว้ในพระศาสนานั้นแล”
ตำรายาทั้งมวล กล่าวถึงตำรายาหลายอย่าง อาทิ ยาแก้ไข้, ตีนเย็น อีกทั้งยังระบุว่าผู้สร้างเอกสารโบราณคือ ท่านบุปผา ทะเบียนของหอจดหมายเหตุสาธารณสุขแห่งชาติ คือ (23) สบ. 23.1.4/12 นายทองอ่อน สิทธิไกรพงษ์ได้มอบให้หอจดหมายเหตุสาธารณสุขแห่งชาติเก็บรักษา
เอกสารโบราณฉบับนี้เป็นตำรายา เริ่มด้วยการกล่าวโองการมหาเถรตำแย จากนั้นกล่าวถึงตำราโรคนิทาน อาการโรคและยาสำหรับรักษาโรค โดยผู้เขียนเอกสารโบราณฉบับนี้คือ สมีเอม
สมุดไทยขาว เรื่อง ลินทอง ฉบับวัดสำโรง จังหวัดนครปฐม (NPT010-015) สมุดไทยขาว เขียนด้วยอักษรไทย ภาษาไทย ขนาด 36 x 12.3 x 1.8 เซนติเมตร จำนวน 47 หน้า หน้าละ 6 บรรทัด เขียนด้วยหมึกดำ เอกสารค่อนข้างชำรุด ไม่ครบฉบับ เนื้อหาไม่ต่อเนื่อง
เนื้อเรื่องกล่าวถึง ท้าวลินทองและนางกลีบสมุทรร่วมกันวางแผนสังหารท้าวกาลยักษา โดยแปลงกายเป็นม้าทองลักษณะดีและวางกลอุบายให้พระมารดาขายม้าทองแปลงให้แก่ท้าวกาลยักษา เมื่อท้าวกาลยักษาได้เห็นม้าทองเรืองรองดังอาชาเทพ ก็พอใจเป็นหนักหนา ซื้อม้าทองไว้เป็นของตน
ท้าวกาลยักษาทดลองฤทธิ์ม้าทองแปลงให้วิ่งไกลข้ามแดนจนมาถึงเมืองพารา ทว่าครบเจ็ดวัน ม้าทองแปลงถูกตีจนสิ้นเรี่ยวแรงและจับฉีกเนื้อกินเลือดจนตาย หลังกินเสร็จ ท้าวกาลยักษาไปบ้วนปากริมสระน้ำ แต่ด้วยพระเวทของฤาษีมหาจุล เศษเนื้อลินทองม้าแปลงที่ติดอยู่ไรฟันพลันกลายเป็นปลาตะเพียนทองว่ายหนี จากนั้นแปลงกายเป็นยักษ์หนีออกจากเมืือง กลับไปหาพระมารดา
ฝ่ายพระมารดาของท้าวลินทอง หลังนำม้าทองแปลงขายให้กับยักษ์เสร็จสิ้นแล้ว ก็เดินร้องไห้สะอึกสะอื้นกลับเรือน โศกเศร้าด้วยความเป็นห่วงท้าวลินทอง ต่อมาพระฤาษีมหาจุลช่วยชุบชีวิตท้าวปัศวดี พระบิดาท้าวลินทอง หลังพระบิดาฟื้นคืนชีพ กลับมาได้อยู่พร้อมหน้าทั้งพระบิดาและพระมารดา ท้าวลินทองตั้งสัตย์จะกำจัดท้าวกาลยักษา จึงรวบรวมกองทัพเข้าสู้รบ ท้าวลินทองถือพระขรรค์ศักดิ์สิทธิ์ที่ฤาษีชุบให้ ออกรบกับยักษ์ด้วยฤทธิ์เดชจนฟ้าสั่นสะเทือน และตัดจบที่ตอนเตรียมเข้าสู้รบใหญ่ เป็นฉากสุดท้ายก่อนต้นฉบับขาดหาย