เนื้อหาเป็นบทร้อยกรองประเภทกาพย์สุรางคนางค์ 28 และกาพย์ฉบัง 16 สลับกัน เปิดเรื่องที่เมืองสาวัตถีมีเด็กคนหนึ่งชื่อ “สุบินทกุมาร” เป็นเด็กกำพร้าพ่อตั้งแต่ยังเล็ก เมื่อตอนแม่ของสุบินทกุมารตั้งท้อง นางฝันว่าหลงป่าหาทางออกจากป่าไม่ได้จึงร้องไห้คร่ำครวญ เมื่อนั้นได้มีฤาษีมาช่วยบอกทางออกจากป่าพร้อมมอบแก้วให้แก่นาง จากนั้นนางก็ตื่นจากฝัน นางจึงไปให้ผู้เฒ่าจึงทำนายฝัน ผู้เฒ่าทำนายว่า นางมีครรภ์ จะได้ลูกชายเป็นผู้มีบุญ มีรูปงาม ต่อมาลูกนางคลอดออกมาทุกคนช่วยกันตั้งชื่อเด็กคนนี้ว่า “สุบินทกุมาร”
เมื่อสุบินทกุมารอายุได้ 7 ขวบ เขาอยากบวชจึงได้ไปขออนุญาตจากแม่ แม่เห็นว่าลูกอยากบวชก็คัดค้านและด่าทอต่อว่าถึงขั้นจะตัดแม่ลูกกัน แต่สุดท้ายแม่เขาก็ยอมให้เขาตามใจตนเอง จากนั้นสุบินทกุมารก็ได้บวชเรียนที่วัด
ส่วนแม่ของสุบินทกุมารวันหนึ่งนางชมนกในป่าพร้อมคร่ำครวญถึงความลำบากยากจนในชีวิตและความเหงาที่ไม่มีใครเคียงข้างนาง
จากนั้นเนื้อหาก็กล่าวถึงพระยายมผู้เป็นใหญ่ในบาดาลได้สั่งให้ยมบาลทั้งหลายบันทึกการกระทำของผู้คนทุกหนแห่ง พร้อมกล่าวถึงการกระทำอันเป็นบุญและบาป ยมบาลตนหนึ่งพบแม่ของสุบินทกุมาร ยมบาลว่าหญิงนางนี้ร้ายกาจนักจึงได้เอานางไปถวายแก่พระยายม เมื่อแม่ของสุบินทกุมารถูกพาไปเข้าพบพระยายมเพื่อถามถึงบุญบาปที่นางได้ทำไว้ ขณะที่นางกำลังจะถูกลงทัณฑ์นางนึกถึงสุบินทกุมารที่บวชอยู่ก็ได้เกิดดอกบัวมารองรับนางไว้ ต่อมามีการจัดงานบุญซึ่งสุบินทกุมารได้เข้าร่วม โดยมีนางโฉมฉินเป็นเจ้าของงาน มีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านมาช่วยงานนี้ มีกล่าวถึงละครมอญรำ การแต่งหน้าของนักแสดง ลำดับพิธีในการบวช เมื่อสุบินทกุมารบวชแล้วเขาก็ขอให้ผลบุญส่งไปถึงพ่อและแม่ของเขา ผลบุญที่สุบินทกุมารบวชทำให้พ่อของเขาพ้นจากการเป็นเปรตไปเกิดบนเมือง พ่อของเขาจึงลงมาจากสวรรค์เพื่อมาขอบคุณเขา
ส่วนแม่ของสุบินทกุมารที่กลับตัวกลับใจได้ จึงมาถวายอาหารคาวหวานแก่สุบินทกุมารทุกวันและนางก็ได้ศรัทธาในพระพุทธศาสนาจนนางขอบวชชี เมื่อถึงอายุขัยนางได้ไปเสวยสุขบนสรวงสวรรค์ ส่วนทางสุบินทกุมารสุดท้ายแล้วเขาก็ได้เป็นอรหันต์และไปถึงยังนิพพานอันเป็นการหลุดพ้นอย่างแท้จริง
เนื้อหากล่าวถึง มโหสถผู้เป็นบุตรของเศรษฐีชื่อว่าสิริวัฒน์และสมนเทวี เขาเกิดมาพร้อมกับถือแท่งยาไว้ในมือจึงได้ชื่อ “มโหสถ” เขาเป็นนักปราชญ์ผู้เฉลียวฉลาด เขาแก้ปริศนาลาตัวหนึ่งด้วยปัญญาอันเฉียบแหลม ต่อมามีเหยี่ยวคาบเนื้อบินผ่านมามโหสถก็สามารถไล่ตามเอาเนื้อนั้นจากเหยี่ยวโดยที่เนื้อไม่ตกลงบนดิน พระวิเทหราชเห็นปัญญาของมโหสถจึงต้องการตัวเขามาเป็นบริวาร แต่ทางอำมาตย์ทูลทัดทานว่าเขายังเด็กยังต้องดูอีกต่อไปก่อนอย่าพึ่งรับตัวเขามา ต่อมามโหสถได้มาแก้ปัญหาของคนถูกขโมยวัวและหญิงสาวถูกขโมยเครื่องประดับ จากนั้นเขาก็ได้เข้าเฝ้าและตอบปริศนาของพระวิเทหราชอีกครั้งด้วยปัญญาอันเฉียบแหลม จนทำให้เหล่าอำมาตย์เกิดความอิจฉาริษยาแก่มโหสถจึงพยายามหาทางกลั่นแกล้งเขา แต่มโหสถก็รู้ทันจึงและสามารถแก้ปัญหานั้นได้
สมุดไทยขาว บันทึกด้วยอักษรไทย ภาษาไทย ลายมือเป็นระเบียบสวยงาม อ่านง่าย และมีการบุว่า “ผู้คัดลอก คือ นายทรง”
เนื้อเรื่องกล่าวถึง กาละยักษ์ร่ำเรียนเวทย์มนตร์คาถากับฤาษีมหาจุณ โดยกาละยักษ์ปรนนิบัติฤาษีผู้เป็นอาจารย์เป็นอย่างดี ก่อนจะลากลับเมือง เพราะใจคิดอย่างครองเมืองโสฬส
ท้าวปัศวดี กษัตริย์เมืองโสฬส ถูกกาละยักษ์สังหารและยึดเมือง นางเกศมาลี ผู้เป็นมเหสีและพระมารดาของท้าวลิ้นทองก็เสด็จหนีออกจากเมืองไปอยู่กับตายายในป่า ด้านท้าวลิ้นทองผู้เป็นโอรสได้พระอินทร์ช่วยเอาไว้และนำไปฝากไว้กับฤาษีบนเขามุนินทรให้เลี้ยงดูและสอนเวทมนตร์ พระฤาษีมหาจุลได้ชุบเลี้ยงและสอนวิชาแปลงกายเป็นสัตว์ต่าง ๆ เช่น นก ช้าง ม้า แมว เสือ สิงโต เป็นต้น
ฝ่ายนางสุวรรณมาลา แต่เดิมนั้นนางเป็นเทพธิดาอยู่สวรรค์ชั้นไตรตรึงษ์ ได้มาจุติอยู่ในดอกสารภี ครั้นฤาษีมาพบดอกสารภีที่ไม่เคยเหี่ยวเฉา เด็ดดอกไม้กลับมาที่อาศรม พบนางสุวรรณมาลาอยู่ในดอกไม้ จึงรับเลี้ยงเป็นบุตรี
ท้าวลิ้นทองเข้าไปเก็บผลไม้ในป่าหิมพานต์ พบนางสุวรรณมาลานั่งอยู่ริมสระน้ำ โฉมงามจับใจ ท้าวลิ้นทองจำแลงกายเป็นนกสาลิกา พูดจาภาษามนุษย์ จนเกิดความผูกพันทางใจ ต่อมาลิ้นทองคืนร่างเป็นบุรุษรูปงาม สร้างความตกตะลึงพร้อม ๆ กับความพอใจ ทั้งสองลอบพบนัดหมายกันอยู่เนือง ๆ
ในที่สุด ท้าวลิ้นทองได้กราบขอสุวรรณมาลาเป็นคู่ครอง ฤาษีเห็นบุญบารมีคู่ควร จึงประกอบพิธีมงคลโดยเชิญเทวดาและนางฟ้าจากสวรรค์ลงมาร่วมพยานให้ทั้งสองได้เสกสมร่วมอภิรมย์
วันหนึ่งขณะที่ท้าวลิ้นทองบรรทมสุบินถึงพระบิดาพระมารดาให้โทมนัส จึงกราบลาฤาษี และชักชวนนางสุวรรณมาลามเหสี กลับไปยังเมืองโสฬส เพื่อชุบชีวิตพระปัศวดีพระบิดา และล้างแค้นกาละยักษ์ ต้นฉบับจบลงเพียงเท่านี้
ข้อความหน้าต้นระบุว่า "พระพุทธเจาหนังศือโศลาสิด สั่งสอนหัวไจยไดว่า ทังปวงใหดี ถ้าและคักผูไทยไคยอานหนังสือเลมนีฎีนักแล"
หมายเหตุ
ต้นฉบับมีหลายมือทั้งหลายมือบรรจงและลายมือหวัด
ใบลานฉบับลานดิบ
หมายเหตุ กลุ่มเล่าเรื่องเมืองเลยได้มอบไฟล์ดิจิทัลชุดนี้ให้เผยแพร่ในฐานข้อมูลฯ ทะเบียนเดิม OPTIS-420510-017
ใบลานฉบับลานดิบ ระบุผู้สร้างคือ พระขนานนันทา
หมายเหตุ กลุ่มเล่าเรื่องเมืองเลยได้มอบไฟล์ดิจิทัลชุดนี้ให้เผยแพร่ในฐานข้อมูลฯ ทะเบียนเดิม OPTIS-420510-0116
ใบลานฉบับล่องรัก ระบุปีจุลศักราช 1113 และผู้สร้างคัมภีร์คือ มหาสังฆราชานาหอ
หมายเหตุ กลุ่มเล่าเรื่องเมืองเลยได้มอบไฟล์ดิจิทัลชุดนี้ให้เผยแพร่ในฐานข้อมูลฯ ทะเบียนเดิม OPTIS-420510-015
ใบลานฉบับลานดิบ ระบุผู้สร้าง "จัวอ้ายเทียน"
หมายเหตุ กลุ่มเล่าเรื่องเมืองเลยได้มอบไฟล์ดิจิทัลชุดนี้ให้เผยแพร่ในฐานข้อมูลฯ ทะเบียนเดิม OPTIS-420510-010
ใบลานฉบับลานดิบ
หมายเหตุ กลุ่มเล่าเรื่องเมืองเลยได้มอบไฟล์ดิจิทัลชุดนี้ให้เผยแพร่ในฐานข้อมูลฯ ทะเบียนเดิม OPTIS-420510-007