เนื้อหาไม่ครบ ไม่พบหน้าต้น แต่งด้วยกลอนแปด
เนื้อหากล่าวถึงการอธิบายอักขรวิธี คำ และความหมายของคำในภาษาไทยที่ได้รับอิทธิพลมาจากภาษาบาลีสันสกฤต เช่น
“จระเข้แลจะเข้อีกตะเฆ่ จงรู้เล่ห์วาจาอย่าฉงน จระเข้สัตว์ร้ายในสายชล มันกินคนคาบผ่าในวาริน คิดจะเข้เร่นิ้วดูพลิ้วพลิก กระจุกกระจิกเช่นกับเพลงกระจับปี่ ในคำเรียกจะเข้เครื่องดนตรี จงรู้ทีเขียนใช้ถูกใจความ อีกลูกล้อลากไม้ใช้กันถม คนนิยมเรียกตะเฆ่คำสยาม ทั้งสามคำจำให้อยู่อย่าวู่วาม ถ้าผลีผลามมักง่ายจะอายคน”
“อนึ่งคำนอเล็กกับณอใหญ่ เห็นเขียนไขว้เขวกันออกฟั่นเฝือ คำนอเล็กกลับมาใช้ณอใหญ่เจือ จะสอนเผื่อไว้ให้จำคำนอณอ ประเพณีธรณีมะณีแก้ว แต่ล้วนแล้วณอใหญ่ท่านใช้หนอ พระมุนีธานีนี้ตัวนอ จำไว้พอเป็นต้นทุนหนุนปัญญา”
“อนึ่งคำล่าหล้าภาษาสยาม ที่ใช้ความล่าเอกนั้นลาหนี หล้าโทใช้ว่าโลกทั่วธาตรี คำอ้างมีแหล่งหล้าในสากล พระเลิศหล้าเดชาขจรจบ ในพื้นภพใต้หล้าย่อมหาผล ชักเทียบเคียงพอเป็นเยี่ยงเป็นอย่างยล ตามยุบลล่าหล้าภาษาไทย”
“หนึ่งแม่กดบทที่ใช้ไม้ไต่คู้ จงเร่งรู้แล้ววิจารณ์จะอ่านเขียน คือว่าเสร็จและสำเร็จเผด็จเจียน อีกคำเมียนว่าสมเด็จเสด็จจร เหาะระเห็จตามเขบ็จขบวนฤทธิ์ อันพูดเท็จทุจริตไม่ต้องสอน เหล่านี้ล้วนคำสิ้นกระชั้นกลอน เป็นนี้กรณ์พจน์โบราณบรรหารคำ เหาะระเห็จเสร็จเท็จนี้คำสยาม กระแสความก็ไม่ลึกสุขุมขำ กับที่ว่าเขบ็จขบวนก็ควรจำ นี้เป็นคำคนไทยใช้กันมา อันสมเด็จแลเสด็จสองคำนั้น เป็นคำสั้นแต่กัมพุชภาษา ตกเป็นของคนไทยใช้เจรจา ท่านแปลว่าผู้จบผู้เสร็จการ เผด็จนี้แปลว่าตัดว่าคัดแก้ ให้รู้แน่หนักแน่นเป็นแก่นสาร พระเผด็จสงครามนามโบราณ นามขนานป้อมเผด็จดับกร เผด็จเสี้ยนไส้ศึกเลิกไปสิ้น ข้อรบินบอกยุบลกลอักษร จงหมั่นนึกตรึกตราให้ถาวร อย่าฟังเล่นแต่อักษรกลอนประพันธ์” เป็นต้น
หน้าปกปรากฎข้อความว่า "บานชีย พ่อจาดข้ายเชื่อพาใหพู- มีชื่อชาย หญิง ไปปต้นบัยชีย ณ วัน ๖ ฯ๘ ๕ ค่ำ ปีมะโรงยังเป็นเอกศก เล่มนีเล่ม ๑ ||ะ", "เล่มนีเกบเงีนไดเสดบันชีแล้ว", "เรื่องราวสะมุนณี ถ้าคํนฎีจํงบูชา คํนรักชัวมันดาว้าแกลงกล้าวมัน นีว้าจะให้ดีหมีใช้ทีจะหมายมั่น"
ข้อความหน้าต้นระบุว่า "พระพุทธเจาหนังศือโศลาสิด สั่งสอนหัวไจยไดว่า ทังปวงใหดี ถ้าและคักผูไทยไคยอานหนังสือเลมนีฎีนักแล"
หมายเหตุ
ต้นฉบับมีหลายมือทั้งหลายมือบรรจงและลายมือหวัด
ข้อความบันทึกว่า "หน้าต้นสูภาสีดทานเหอ" โดยหน้าต้นเป็นกลอนสุภาษิต หน้าปลายกลอนสุภาษิตต่อเนื่องมาจากหน้าต้น และแทรกโจทย์เลข 3 หน้า
ใบลานฉบับล่องชาด พบระบุปีที่สร้าง จุลศักราช 1195 และผู้สร้างคือ ท่านเจ้าเมือง
หมายเหตุ กลุ่มเล่าเรื่องเมืองเลยได้มอบไฟล์ดิจิทัลชุดนี้ให้เผยแพร่ในฐานข้อมูลฯ ทะเบียนเดิม OPTIS-420510-018
ใบลานฉบับลานดิบ
หมายเหตุ กลุ่มเล่าเรื่องเมืองเลยได้มอบไฟล์ดิจิทัลชุดนี้ให้เผยแพร่ในฐานข้อมูลฯ ทะเบียนเดิม OPTIS-420510-017
ใบลานสั้น ฉบับลานดิบ ระบุผู้สร้าง "เจ้าขนานพรหม"
หมายเหตุ กลุ่มเล่าเรื่องเมืองเลยได้มอบไฟล์ดิจิทัลชุดนี้ให้เผยแพร่ในฐานข้อมูลฯ ทะเบียนเดิม OPTIS-420510-002
ส่วนปลายเนื้อหาที่เป็นลายมือเดียวกับส่วนต้น 3 หน้า นอกนั้นเป็นหน้าที่เขียนด้วยดินสอและหมึก และมีการลบข้อความด้วยการสีป้ายหมึกดำทำให้อ่านไม่ได้ และอักษรลบเลือน 40 หน้า
เนื้อหาของเรื่องจินดามณีนั้นเป็นแบบการเรียนการสอนพื้นฐานด้านอักขรวิทยา และการประพันธ์บทร้อยกรองประเภทต่างๆ พื้นฐานด้านอักขรวิทยา เช่น อักษรศัพท์ ว่าด้วยคำศัพท์ที่มักเขียนผิด ความหมายของศัพท์ที่ยืมมาจากภาษาบาลี-สันสกฤต และเขมร ตัวอย่างคำที่ใช้ ส, ศ, ษ ตัวอย่างคำที่ใช้ไม้ม้วน ไม้มลาย เป็นต้น ด้านบทประพันธ์ร้อยกรอง ได้อธิบายโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอนประเภทต่างๆ รวมทั้งยกตัวอย่างฉันทลักษณ์นั้นๆ ประกอบด้วย