เอกสารตัวเขียน

ตัวอักษร : มอญ

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 170 รายการ (19 หน้า)

SKN001-037 เนมิราช

ธรรมคดี
วัดเจ็ดริ้ว , สมุทรสาคร , มอญ , ธรรมคดี , ชาดก , ทศชาดก , พระโพธิสัตว์

เนมิราชกุมารได้ขึ้นครองราชย์สืบสันตติวงศ์ต่อจากพระราชบิดา ทรงบำเพ็ญคุณงามความดี เมื่อทรงพระชราก็ทรงมอบราชสมบัติแก่พระราชโอรส เสด็จออกผนวชเช่นเดียวกับที่พระราชบิดาของพระองค์เคยทรงบำเพ็ญมา

SKN001-007 พระอภิธรรม

ธรรมคดี
วัดเจ็ดริ้ว , สมุทรสาคร , มอญ , ธรรมคดี

หนังสือสมุดไทยขาว บันทึกด้วยอักษรมอญ ภาษมอญ และภาษาบาลี เรื่องเกี่ยวกับพระอภิธรรม ด้านหน้าเขียนเป็นอักษรไทยภาษาไทยว่า พระอภิธรรม ฉบับรามัญ

SKN001-002 ตำราโหราศาสตร์

ธรรมคดี
วัดเจ็ดริ้ว , สมุทรสาคร , มอญ , โหราศาสตร์

หนังสือสมุดไทยขาวบันทึกเรื่องเกี่ยวกับตำราโหราศาสตร์ ด้านในมีภาพวงดวงชาตา เอกสารเขียนด้วยอักษรมอญ ภาษามอญ

SKN001-001 พระอภิธรรม

ธรรมคดี
สมุทรสาคร , วัดเจ็ดริ้ว , มอญ , อักษรมอญ

หนังสือสมุดไทยขาว หน้าปกด้านเขียนด้วยอักษรมอญว่า อภิธมฺมา ด้านในเขียนว่า สมบัติของวัดเจ็ดริ้ว อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร

SKN001-008 ตำราโหราศาสตร์

ตำราโหราศาสตร์
วัดเจ็ดริ้ว , สมุทรสาคร , มอญ , โหราศาสตร์ ,

หนังสือสมุดไทยบันทึกตำราหมวดหมู่โหราศาสตร์ บันทึกด้วยอักษรมอญ และภาษามอญ

SKN001-012 ตำราโหราศาสตร์

ตำราโหราศาสตร์
วัดเจ็ดริ้ว , สมุทรสาคร , มอญ , โหราศาสตร์

สมุดไทยขาวเล่มนี้ เป็นตำราโหราศาสตร์ เขียนด้วยอักษรมอญ ภาษามอญ และภาพยันต์เล็กน้อย หน้าสุดท้ายมีอักษรภาษาไทย “บวกอายุผู้ดูแล้วเอา 8 หาร”

SKN001-015 ตำราโหราศาสตร์

ตำราโหราศาสตร์
วัดเจ็ดริ้ว , สมุทรสาคร , มอญ , โหราศาสตร์ ,

สมุดไทยขาวเล่มนี้ เป็นตำราโหราศาสตร์ เขียนด้วยอักษรมอญ ภาษามอญ และภาพยันต์เล็กน้อย

SKN001-031 กัมมฐาน

ธรรมคดี
วัดเจ็ดริ้ว , สมุทรสาคร , มอญ , ธรรมคดี , ล่องชาด

ในคัมภีร์ทางพระอภิธรรมบรรยายเกี่ยวกับกรรมฐานไว้ว่า การงานที่เป็นเหตุแห่งการบรรลุธรรม และแบ่งกรรมฐานเป็นสองอย่าง คือ สมถะ เป็นอุบาย การยังกิเลส นิวรณ์ทั้งหลายให้สงบ ระงับ และวิปัสสนา เป็นปัญญา เห็นโดยอาการต่างๆ มีความไม่เที่ยง เป็นต้น (ข้อมูลจากhttps://th.wikipedia.org/wiki/กรรมฐาน)

SKN001-032 ชมพูปติสูตร

ธรรมคดี
วัดเจ็ดริ้ว , สมุทรสาคร , มอญ , ล่องชาด , ธรรมคดี , ชาดก

พระยาชมพูบดีเป็นกษัตริย์ที่มีบุญญาธิการ มีฤทธิ์เพราะมีศรวิเศษปราบได้ทั่วหล้า ด้วยพลังอำนาจนี้ทำให้พระยาชมพูบดีถือตนว่าเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่กว่ากษัตริย์ทุกพระองค์ในชมพูทวีป ครั้งหนึ่งพระยาชมพูเหาะผ่านปราสาทของพระเจ้าพิมพิสาร เห็นแสงของปราสาทส่องสว่างก็ไม่พอพระทัย ใช้พระบาทถีบยอดปราสาท แต่ก็ไม่อาจทำอันตรายยอดปราสาทได้เพราะอำนาจพระพุทธคุณที่คุ้มครองปราสาท แม้พระขรรค์ก็ไม่อาจทำลายยอดปราสาทได้ เมื่อพระยาชมพูกลับมาถึงเมืองจึงใช้ศรวิเศษไปเสียบพระกรรณของพระเจ้าพิมพิสาร ฝ่ายพระเจ้าพิมพิสารเห็นพระยาชมพูพยายามทำลายยอดปราสาทก็เกิดความกลัว หนีไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ศรของพระยาชมพูตามพระเจ้าพิมพิสารมายังเชตวันวิหาร พระพุทธเจ้าทรงเนรมิตจักรขับไล่ศรของพระยาชมพู พระยาชมพูกริ้ว สั่งให้ฉลองพระบาทไปจับตัวพระเจ้าพิมพิสาร ฉลองพระบาทแปลงเป็นนาคราชไปยังเชตวันมหาวิหาร พระพุทธเจ้าบันดาลพญาครุฑไล่จับนาค นาคก็ชำแรกดินหนีกลับไปหาพระยาชมพู พระพุทธเจ้าให้พระอินทร์ไปเชิญพระยาชมพูมาเฝ้า พระยาชมพูดื้อดึง พระอินทร์ปราบพยศพระยาชมพูและบังคับให้พระยาชมพูมาเฝ้าพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าให้สามเณรอรหันต์นำพระยาชมพูเข้ามาในเมือง พระยาชมพูและเหล่าอำมาตย์ไม่เคยเห็นเมืองที่มั่งคั่งและประชาชนที่งดงามดังเทวดา ก็ละอายยอมละทิฐิ ยอมออกบวชเป็นภิกษุ นางกาญจเทวีชายากับโอรสของพระยาชมพูได้ฟังเทศนาของพระพุทธเจ้าก็เกิดความเลื่อมใสออกผนวช สุดท้ายทุกคนก็สำเร็จอรหันตผล (ข้อมูลจาก https://www.sac.or.th/databases/thailitdir/detail.php?meta_id=332)