หน้าปกปรากฎข้อความว่า "บานชีย พ่อจาดข้ายเชื่อพาใหพู- มีชื่อชาย หญิง ไปปต้นบัยชีย ณ วัน ๖ ฯ๘ ๕ ค่ำ ปีมะโรงยังเป็นเอกศก เล่มนีเล่ม ๑ ||ะ", "เล่มนีเกบเงีนไดเสดบันชีแล้ว", "เรื่องราวสะมุนณี ถ้าคํนฎีจํงบูชา คํนรักชัวมันดาว้าแกลงกล้าวมัน นีว้าจะให้ดีหมีใช้ทีจะหมายมั่น"
บันทึกเรื่องทั่วไปหลายเรื่อง และหลายลายมือ เช่น ตำรายา ตำราแปรธาตุ เป็นต้น
ตำรายาและบันทึกเกี่ยวกับบัญชีผ้าและราคาผ้าแต่ละชนิด
ใบลานสั้น ฉบับลานดิบ
หมายเหตุ กลุ่มเล่าเรื่องเมืองเลยได้มอบไฟล์ดิจิทัลชุดนี้ให้เผยแพร่ในฐานข้อมูลฯ ทะเบียนเดิม OPTHN-420510-022
สมุดไทยขาว อักษรไทย ภาษาไทย เขียนด้วยลายมือที่อ่านง่ายเป็นระเบียบ เนื้อหาเริ่มต้นด้วยบทไหว้ครู จากนั้นกล่าวถึงลักษณะของม้า ม้าดี ม้าร้ายเป็นอย่างไร ตำรายารักษาโรคที่เกิดกับม้าและสมุนไพรรักษาโรค เช่น โรคลำบองน้ำ เอาพริกไทย 1 บาท ดีปลี 1 บาท พริกชี้ฟ้า 1 บาท เทียนดำ 1 บาท ตำยาสดละลายน้ำส้มสายชูให้กิน เป็นต้น นอกนั้นยังกล่าวถึงตำรายารักษาโรคต่าง ๆ เช่น ยาเม็ดดำพ่อหมอเอี่ยม ยาต้มแก้ไข้ เป็นต้น จากนั้นกล่าวถึงเรื่องตลกขบขันเรื่องการพนันโป เป็นต้น หมายเหตุ หน้าปลาย 12 หน้าสุด เขียนกลับหัว
สมุดฝรั่งเขียนด้วยลายมือหวัดเล็กน้อย แต่อ่านง่าย บันทึกส่วนตัวเกี่ยวกับสายตระกูล โดยสมุดเล่มนี้มีกระดาษแทรกอยู่ โดยเศษกระดาษชิ้นนั้นระบุวันที่ 5 มีนาคม ร.ศ.114 (พ.ศ.2438-2439)
คำสวดกรรมวาจาจารย์ หรือคำบอกอนุศาสน์ คือ คำสั่งสอนในพระพุทธศาสนาที่ให้ปฏิบัติตาม คำว่า บอกอนุศาสน์ ใช้ในความหมายเฉพาะ หมายถึง พระอุปัชฌาย์หรือพระเถระที่พระอุปัชฌาย์มอบหมาย บอกคำสั่งสอนหรือคำชี้แจงให้พระภิกษุที่บวชใหม่ทราบทันที ในตอนท้ายของพิธีอุปสมบท อนุศาสน์ มี 8 ข้อ แบ่งเป็นข้อที่ภิกษุควรประพฤติปฏิบัติ มี 4 ข้อ คือ ออกบิณฑบาต นุ่งห่มผ้าบังสุกุล อยู่โคนต้นไม้ และฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า. ส่วนที่พระภิกษุต้องไม่ประพฤติปฏิบัติ มี 4 ข้อ คือ เสพเมถุน ลักของผู้อื่น ฆ่าสัตว์ และพูดอวดคุณพิเศษที่ไม่มีในตน ทั้ง 8 ข้อนี้เรียกว่า อนุศาสน์ ทะเบียนของหอจดหมายเหตุสาธารณสุขแห่งชาติ คือ (23) สบ. 23.1.4/38 นายทองอ่อน สิทธิไกรพงษ์ได้มอบให้หอจดหมายเหตุสาธารณสุขแห่งชาติเก็บรักษา ข้อมูลอ้างอิง บอกอนุศาสน์ (10 พฤศจิกายน 2554) จากเว็บไซต์ http://legacy.orst.go.th/?knowledges=บอกอนุศาสน์-๑๐-พฤศจิกายน
หน้าต้นมีเรื่อง “ขุนช้างขุนแผน” “ยันต์” “ตำราเสกและหุงสีผึ้ง” หน้าปลายมีเรื่อง “ตำรานักษัตร” และวรรณกรรมไม่ทราบชื่อ