วัดท่าพูด

ชื่อ
วัดท่าพูด
ประเภท
วัด
ที่อยู่
วัดท่าพูด ต.ไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม 73210
ตำบล
ไร่ขิง
อำเภอ
สามพราน
จังหวัด
นครปฐม
คำสำคัญ

วัดท่าพูด ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน หรือแม่น้ำนครชัยศรี เดิมชื่อว่า “วัดเจตภูต” โดยมีเรื่องเล่าเป็นตำนานสืบต่อกันมาว่า มีพี่น้องสองคนนั่งอยู่ใกล้จอมปลวกใหญ่พอพี่ชายนอนหลับไป น้องชายมองเห็นตัวแมงดาวเรืองคลานออกมาจากจมูกของพี่ชายและมันก็คลานหายเข้าไปในจอมปลวก ต่อมาตัวเองก็นอนหลับไปเช่นกันและฝันไปว่ามีภูติมาบอกว่ามีทรัพย์สมบัติกองอยู่มากมายในภูเขา ขอให้ขุดเอามาขายเพื่อเอาเงินสร้างวัด พอสะดุ้งตื่นขึ้นมาจึงเล่าเรื่องให้พี่ชายฟัง จากนั้นจึงได้ช่วยกันขุดดินหาสมบัติแต่ไม่พบ จึงได้หวนนึกถึงเรื่องที่ภูติมาบอกและตัวแมงดาวเรืองเดินเข้าไปในจอมปลวก จึงขุดค้นดูในจอมปลวกและได้ทรัพย์สมบัติมามากมายจึงเอามาขายเพื่อนำเงินมาสร้างวัดตามความฝันและได้เดินทางมาหาที่สำหรับสร้างวัด ได้พบกับทางสามแพร่งแห่งหนึ่ง มองดูเหมาะสมจึงได้สร้างวัดขึ้น ณ ที่แห่งนี้โดยให้ชื่อว่า “วัดเจตภูต” ต่อมาคำกร่อนเป็น “วัดตะพูด” และ “วัดท่าพูด” ตามลำดับ

แต่ข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้เกี่ยวกับชื่อวัดท่าพูด คือ ในอดีตบริเวณวัดมี “ต้นมะพูด” ขึ้นอยู่มากมาย ซึ่งผลของต้นมะพูดนั้นสามารถนำไปทำยาสมุนไพรได้ด้วย นอกจากนี้ ภายในวัดท่าพูดมีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นวัดท่าพูด ซึ่งเก็บโบราณวัตถุ รวมไปถึงเอกสารโบราณและจารึกด้วย

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • NPT001-015 ยันต์และตำราทำขวัญข้าว

    ตำราไสยศาสตร์ , ตำราเบ็ดเตล็ด
    วัดท่าพูด , ยันต์ , คาถาอาคม , เครื่องรางของขลัง , ยันต์มุงกุฏพระเจ้า , อิติปิโสเรือนเตี้ย , หลวงพ่อแก้ว , ทำขวัญข้าว , แม่โพสพ , ยาเครื่อง , ยาดอง

    ในตอนต้นเขียนเกี่ยวกับเรื่องการทำเครื่องรางของขลังต่างๆ พร้อมคาถาอาคมที่ใช้ท่องเสกกำกับเครื่องรางของขลังนั้นๆ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นคาถาภาษาบาลีที่มีความเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาเช่น พุทฺโธเมตตา ธมฺโมกรุณา สงฺโฆเอ็นดู นโมรักใคร่ เป็นต้น นอกจากที่ยังมีภาพยันต์ต่างๆ ที่นำไปเขียนบนผ้าหรือกระดาษเพื่อประกอบการทำเครื่องรางของขลังเช่น ตระกรุด ด้ายมงคลต่างๆ ส่วนใหญ่แล้วเป็นเครื่องรางที่ใช้ป้องกันภัยอันตรายทั้งมวลที่น่าสนใจคือ ยันต์มงกุฏพระเจ้า ที่ใช้ประกอบกับผ้าประเจียด ซึ่งยันต์นี้ได้ระบุว่าเป็นของ หลวงพ่อแก้ว วัดท่าพูด ต่อมาเป็นเรื่องการทำขวัญข้าว เนื้อหากล่าวถึงกำเนิดพระแม่โพสพ แต่ไม่จบเรื่อง สุดท้ายมีสูตรยาสมุนไพรอีก ๒ อย่างคือ ยาเครื่อง และยาดอง

  • NPT001-020 พระปาฏิโมกข์

    ธรรมคดี
    วัดท่าพูด , ปีนักษัตร , วันพระ , วันอุโบสถ , พระปาฏิโมกข์

    ต้นสมุดกล่าวถึง ปีนักษัตร วันอุโบสถ กาลปักเขเดือนแรม ศุกรปักเขเดือนขึ้นเขียนด้วยอักษรไทย อักษรขอมไทย และอักษรขอมหวัด ต่อมากล่าวถึงการกำหนดอายุพุทธศาสนาในกัปนี้ของพระพุทธเจ้า จากนั้นเป็นพระปาฏิโมกข์เขียนด้วยอักษรขอมไทย

  • NPT001-006 พระตำรับเลขเจ็ดตัว

    ตำราโหราศาสตร์ , ตำราเวชศาสตร์
    วัดท่าพูด , เลขเจ็ดตัว , วันจม , วันฟู , วันลอย , เทพจรประจำกาย , สมพงษ์เนื้อคู่ , ตำรายากษัย , กระษัยดาน , กระษัยปลาหมอ , กระษัยปลาไหล , กระษัยเชือก , กระษัยกล่อน

    พระตำรับเลขเจ็ดตัว เป็นตำราโหราศาสตร์อย่างหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีเรื่องอื่นๆ อีก ได้แก่ วันจม วันฟู วันลอย, การดูสมพงษ์, ฉัตรสามชั้น, ตำรับชั้น, เทพจร และตำรายาแก้โรคกระษัยต่างๆ ซึ่งอยู่ในช่วงท้ายของหน้าต้นต่อไปจนถึงหน้าปลายและเขียนด้วยดินสอ จึงอาจสันนิษฐานได้ว่า ในส่วนที่เป็นเรื่องของตำรายาสมุนไพรนั้นเขียนขึ้นคนละคราวกับพระตำรับเลขเจ็ดตัว และโหราศาสตร์เรื่องอื่นๆ

  • NPT001-022-005 พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ผูกที่ ๕

    ธรรมคดี
    วัดท่าพูด , อภิธรรม , ใบลาน , กถาวัตถุ

    พระคัมภีร์กถาวัตถุ ปริจเฉท ผูก ๕ แถลงและวินิจฉัยทัศนะของนิกายต่างๆ สมัยสังคายนาครั้งที่ ๓ พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงพระอภิธรรมนี้ในพรรษาที่ ๗ นับจากตรัสรู้ ครั้งเมื่อพระองค์เสด็จไปโปรดพระพุทธมารดาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พระองค์เสด็จไปประทับเหนือบัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ ภายใต้ต้นปาริชาต พระอินทร์ทราบจึงรีบเสด็จไปยังภพดุสิตอันเป็นที่สถิตของพระสิริมหามายาแล้วกราบทูล พระสิริมหามายาทรงสดับและทรงโสมนัสจึงเสด็จจากภพดุสิตไปภพดาวดึงส์ พระพุทธเจ้าทรงเหยียดพระหัตถ์เบื้องขวาตรัสเชิญพระสิริมหามายาพุทธมารดาให้เข้าไปใกล้ ให้เป็นประธานแก่เทพยดาทั้งหลาย แล้วจึงโปรดประทานพระธรรมเทศนาอภิธรรม ๗ คัมภีร์ เริ่มตั้งแต่วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ ตามลำดับจนครบสามเดือน ในวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๑ พระอภิธรรมนี้ ชาวพุทธถือว่าออกจากพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้าเป็นธรรมที่พระพุทธองค์ ทรงเทศนาโปรดเทพยดามีพระพุทธมารดาเป็นประธานเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพระพุทธมารดา