19 พฤษภาคม 2569
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารและบุคลากรจากสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล เนื่องในโอกาสพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการด้านเอกสารตัวเขียนและข้อมูลชุมชน อันเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านการอนุรักษ์และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ
สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ RILCA เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการศึกษา วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้ด้านภาษาและวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชีย โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืนท่ามกลางความหลากหลายทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ที่ผ่านมา RILCA และ ศมส. ได้บูรณาการการทำงานด้านเอกสารโบราณร่วมกันอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังร่วมกันวางแผนกระบวนการเผยแพร่ Portal เอกสารโบราณในประเทศไทย ผ่านฐานข้อมูลเอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทยของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรในอนาคต รวมถึงการอนุรักษ์และฟื้นฟูภาษาและตัวเขียนกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทและภารกิจของ ศมส. ที่มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาฐานข้อมูลวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อเป็นพื้นฐานต่อการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ สร้างความเข้าใจและยอมรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ในสังคม
อย่างไรก็ดี เพื่อยกระดับความร่วมมือระหว่างหน่วยงานให้ปรากฏเป็นรูปธรรมและเกิดความยั่งยืนในรูปแบบของการประสานพลังความร่วมมือ จึงได้ร่วมหารือจนนำไปสู่การจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการฉบับนี้ โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านเอกสารตัวเขียน ครอบคลุมทั้งในด้านการอนุรักษ์ การศึกษาต่อยอด และการเผยแพร่เอกสารตัวเขียน ตลอดจนการอนุรักษ์อัตลักษณ์ทางภาษาของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังมุ่งเปิดพื้นที่สำหรับการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ด้านภาษาและอักษรตัวเขียน เพื่อให้เกิดประโยชน์ในเชิงสังคมและวิชาการในวงกว้าง รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้สู่ผลิตภัณฑ์และข้อเสนอเชิงนโยบาย ที่จะช่วยเสริมสร้างความยั่งยืนในการอนุรักษ์และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศ
ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่เครือข่ายเอกสารตัวเขียนในประเทศไทย และสะท้อนถึงเจตนารมณ์ร่วมของทั้งสองหน่วยงานในการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางภาษาและวัฒนธรรมที่หลากหลายให้คงอยู่อย่างยั่งยืน และเพื่อเป็นประโยชน์ในระดับสังคมและวิชาการในวงกว้างมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้และต่อยอดทุนวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาและสร้างสรรค์เศรษฐกิจชุมชน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยั่งยืนในการอนุรักษ์และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ เพื่อเป็นการขับเคลื่อนการทำงานและเสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายเอกสารตัวเขียนในประเทศไทย