กัณฑ์ที่ 10 คือกัณฑ์สักกบรรพ ว่าด้วยท้าวสักกะหรือพระอินทร์ แปลงกายมาเป็นพราหมณ์มาทูลขอนางมัทรี ซึ่งพระเวสสันดรก็ยกให้
RBR_003_201-211 รวมกันอยู่ใน “เลขที่ ๔๗ กล่ำกาดำ อักษรธรรมล้านนา ภาษาบาลี-ไทยล้านนา ฉบับทองทึบ ๑๑ ผูก” RBR_202-205 เป็นชุดเดียวกัน หน้าทับต้น ระบุ “หน้าทับเค้าก่ำกาดำผูก๓ แล” ท้ายลาน ระบุ “กิริยาอันกล่าวแก้ไขยังพิมพาขะนุ่นงิ้วผูกถ้วน ๓ ก็บังคมสมเร็จเสด็จแล้วเท่านี้ก่อนแล | รัสสภิกขุมา คั่งเต็มที เสียรักติดจอ__” หน้าทับปลาย ระบุ “หน้าทับปลายพิมพาขะนุ่นงิ้วผูก ๓ แล หน้าปลายก่ำกาดำบ่าวน้อยแลเมียเหย ฯ๛
RBR_003_201-211 รวมกันอยู่ใน “เลขที่ ๔๗ กล่ำกาดำ อักษรธรรมล้านนา ภาษาบาลี-ไทยล้านนา ฉบับทองทึบ ๑๑ ผูก” RBR_202-205 เป็นชุดเดียวกัน หน้าทับต้น ระบุ “หน้าทับเค้าก่ำกาดำผูกปลายแล ๒๐ ลานใน ฯะ๛ ใบลานกับ ๑ บ่หันดีสักใบได้ พร่องก็ผุ พร่องก็เหนียว เขียนปางเมื่อบวชอยู่วัดดอนแจง บวชได้พระวัสสาเดียว รัสสภิกขุมาแล บ่ดีอยากใคร่สิกข์เต็มที สิกข์บ่ได้ เพราะว่าอายุบ่สม ฯะ๛” ท้ายลาน ระบุ “กิริยาอันสังวรรณนา พิมพาขะนุ่นงิ้วชาตกํ มาเถิง จตุตฺถํ นิฏฺฐิตํ ก็สมเร็จเสด็จแล้วเท่านี้ก่อนแล ฯะ รัสสภิกขุมา เขียนก่ำกาดำผูกปลาย ขอกุศลนาบุญ ๓ ประการ มีนิพพานเป็นที่แล้ว บ่ดี สักน้อย เหมือนปู ยาดนา แล ฯะ ฯ เพราะว่าหันน้อย หลอยกรายมาตักน้ำที่สระใหญ่ ใจพี่จิตทวย กับหญิงรามสาวน้อย ฯะ๛ ตัวแม่นาย ชู่เชื้อตัว แม่เนื้อน้อย คิงคายชาย ทุพี่นี้ มันบ่เลาไหน หลายแก่มัว เมารักนาย ตัวคายกลิ่น ชู้จะหลอน ฯ พี่ได้หนันตาวันลงคลาดคล้อยและ อย่าติเตียนข้าเนอแลแล บุญท้าวปันเนืองนองสมบัติกองโกฏิบ่ไร้โหดเสวยสุข บ่มีคำทุกข์สัก อย่าไพร่อย่าราช ชื่นใจชม ปางเมื่อพระอุดมตนผันแผ้วเสวยราชแล้วชอบคองธรรม”
RBR_003_201-211 รวมกันอยู่ใน “เลขที่ ๔๗ กล่ำกาดำ อักษรธรรมล้านนา ภาษาบาลี-ไทยล้านนา ฉบับทองทึบ ๑๑ ผูก” RBR_206-208 เป็นชุดเดียวกัน หน้าทับต้น ระบุ “๚หน้าทับเค้าก่ำกาดำ ผูกต้นแลฯฯ๛” ท้ายลาน ระบุ “พิมฺพาสิมฺพลียํ ปตฺถมํ นิฏฺฐิตํ กิริยาสังวรรณนาพิมพาขะนุ่นงัวผูกต้น ก็บังคมสมเร็จแล้วเท่านี้ก่อนแล ฯฯ๛ เสด็จแล้ววัน ๕ เดือน ๗ แรม ๒ ค่ำ ปีชวดแล รัสสภิกขุธรรมสอนมีศรัทธาได้สร้างไว้ค้ำชูศาสนาพระพุทธเจ้า ข้าขอปรารถนาเอาสุข ๓ ประการ นิพพานเป็นที่แล้ว ฯ เอื้อยเสา มีศรัทธาปูชาเอาธรรมพระเจ้าอันนี้หื้อเป็นทานไว้กับศาสนาพระเจ้า”
RBR_003_201-211 รวมกันอยู่ใน “เลขที่ 47 กล่ำกาดำ อักษรธรรมล้านนา ภาษาบาลี-ไทยล้านนา ฉบับทองทึบ 11 ผูก” RBR_206-208 เป็นชุดเดียวกัน หน้าทับต้น ระบุ “๚ หน้าทับเค้าหนังสือก่ำกาดำ ผูกถ้วน ๔ ปลายแล ฯฯ๛” ท้ายลาน ระบุ “กิริยาอันสังวรรณนาพิมพาขะนุ่นงิ้วชาตก มาเถิง จตุตฺถํ นิฏฺฐิตํ ก็สมเร็จเสด็จแล้วเท่านี้ก่อนแล ※๛ เสด็จแล้วยามเมื่อตาวันใสหน้าแล้งแล ปีชวด เดือน ๘ ขึ้น ๑ ค่ำ วัน ๑ แล ข้าแด่ สร้างธรรมพระเจ้าไว้ในพระศาสนาหื้อข้าสุข ๓ ประการมีนิพพานแด่ :๛” มีรอยแก้ไขด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน
RBR_003_201-211 รวมกันอยู่ใน “เลขที่ 47 กล่ำกาดำ อักษรธรรมล้านนา ภาษาบาลี-ไทยล้านนา ฉบับทองทึบ 11 ผูก” RBR_209-210 เป็นชุดเดียวกัน ลานแรก ด้านซ้ายมือ ระบุ “ก่ำกาดำ ผูกต้นแล” ท้ายลาน ระบุ “พิมฺพา สิมฺพลียํ ปตฺถมํ นิฏฺฐิตํ กิริยาอันสังวรรณนา พิมพาขะนุ่นงิ้วผูกต้น ก็แล้วเท่านี้ก่อนแลแล ฯ ฯ ฯ ๛๛ บริบูรณ์เสด็จแล้ว บ่าย ๒ โมง ปีมะเส็ง เดือนสิบเอ็ด แรมค่ำ ๑ วันเสาร์ ศักราชได้ ๒ พัน ๔ ร้อย ๔ สิบ ๘ วัสสา (ตรงกับวันเสาร์ที่ 14 แรม 1 ค่ำ เดือนตุลาคม พ.ศ. 2448 ปีมะเส็ง)ฯ บ่งามสักหน้อยแลเจ้าเหย พอเป็นถ้อยอยู่ ใบลานบุคคลผู้ใดได้เล่าได้เทศนาพิจารณาดูหื้อถี่ฯ เทอะตกที่ไหนใส่หื้อจิ่มเทอะ ทุพี่เหย ข้าขอสุข ๓ ประการ นิพพานที่แล้วเทอะ นิจฺจํ ธุวํ แลฯ อย่าไปใคร่หัวขวัญข้อยเนอ ทุพี่ เพราะ ฯ ตั้งใจเอาบุญกับกัน อย่าไปใค่หัวขวัญข้าแท้ใด ขัดบ่ได้ ฯ”