สมุดไทยขาวบันทึกด้วยอักษรไทย ภาษาไทย และอักษรขอมไทย ภาษาบาลี แทรกเล็กน้อย
ในส่วนหน้าต้น กล่าวถึงเรื่องโหราศาสตร์เป็นบทประพันธุ์ร้อยกรอง เช่น
“ วันอาทิดใหนายทับนุงแดง เสีอแสงโลหิดวัดถา
วันจันนุงข้าวผองตองตำมรา วันอังคางนุงมวงชวงฉาย
วันพุทนุงชุมพูดูดี ตามหาพิไชยรุศวัดดี
เสีอสวมกายโภกเสียรตามสี เสีอสีดุจะนุงรุงเรีอง
วันพระหัดนุงสีแสดสลับ ประดับกายแกดกอนอาภอนเหลีอง
วันศุกให้นายทับประดับเครีอง วันเสานุงดำอำไพ้ย
มาขีสีตามอัถฏวอน นุงสีเมกเหลีองอลังการ
ชอบพิไชณรงรานชานสมอน ทินณกอรมกบังบนนํพา”
หน้าปลาย เรียบเรียงเป็นบทประพันธ์ร้อยแก้ว กล่าวถึงคาถาต่าง ๆ เช่น คาถาเสกขี้ผึ้ง คาถาต่อกระดูก เป็นต้น
หน้าต้น จารเป็นอักษรไทย ระบุ “หนังสีอจักกัณวุตติปาปะสูตรว่าเรื่องรักษาศีล” ลานแรก หัวลาน ระบุ “จักกัณ[วุ]ตติปาปสูต ผูกโทน” ท้ายลาน ระบุ “กริยาอันกล่าวยัง จกฺกณวุตฺติปาปสุตฺตํ นิฏฺฐิตํ ก็สมเร็จเสด็จแล้วเท่านี้ก่อนแแล ฯฯ๛ บริบูรณ์แล้ว ı3ı จุลศักราชได้ ๑๒๖๑ ปีกุน เอกศก เดือน ๖ เหนือ เดือน ๔ ใต้ วันจันทร์แล”, “ผู้ข้าได้สร้างหนังสือจักกณวุตติปาปสูตร นี้ไว้ในศาสนาพระโคตมเจ้า ผู้ข้าขอกุศลส่วนบุญอันเกิดด้วยอันข้าได้สร้างเขียนธรรม จุ่งผู้ข้าชื่อหนานวัฒนะ บิตตามาดาญาติกากับลูกเมียข้า หื้อได้เถิง ๓ ประการ มีนิพพานเป็นยอดแด่ นิพฺพาน ปจฺจโย โหตุ นิจฺจํ ธุวํ ๆ” เขียนอักษรไทย ด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน “สร้างพ.ศ. ๒๔๔๒ ปีกุน สมัย ร.๕”
สมุดฝรั่งเขียนด้วยลายมือหวัดเล็กน้อย แต่อ่านง่าย บันทึกส่วนตัวเกี่ยวกับสายตระกูล โดยสมุดเล่มนี้มีกระดาษแทรกอยู่ โดยเศษกระดาษชิ้นนั้นระบุวันที่ 5 มีนาคม ร.ศ.114 (พ.ศ.2438-2439)
ใบลานขนาดสั้น สภาพเอกสารค่อนข้างสมบูรณ์ เนื้อหากล่าวถึงโรคและสมุนไพรสำหรับรักษาโรคนั้น ๆ เช่น ยาริดสีดวง ยาตานซาง ยาแก้ลงท้อง ยาแก้สลบ ยานัตถุ์แก้ปวดหัว ยาแก้ฝีกาน ยาแก้ฝีร้ายให้กลายเป็นดี ยามะเร็ง ยาแก้ไข้เหนือ ยาริดสีดวงขึ้นคอ เป็นต้น
สมุดไทยขาว สภาพไม่สมบูรณ์นัก มีร่องรอยแมลงกัดแทะ แต่เนื้อหาบางส่วนยังอ่านได้ เนื้อหาอยู่ในหมวดไสยศาสตร์ มีภาพยันต์และคาถาต่างๆ เช่น ยันต์พระวินัย คาถาเสกยันต์ ยันต์ถอนรูป ยันต์พระเจ้า 5 พระองค์ ยันต์ลงผ้าประเจียด ยันต์พระกาฬ ปั้นเทียน และโองการมหาเถรตำแย เป็นต้น
สมุดไทยดำ เขียนด้วยเส้นรง อักษรไทย ภาษาไทย ตัวอักษรสวยงามเป็นระเบียบอ่านง่าย เนื้อความเล่าถึงพระรามและพระลักษณ์ออกตามหานางสีดาจนถึงลำธารแห่งหนึ่ง พบนกยูงและนกยางกำลังตำหนิพระรามที่ปล่อยให้ทศกัณฐ์ลักนางไปได้ พระรามกริ้วจะสังหารนกทั้งสอง แต่เมื่อนกทูลเตือนพระรามก็คลายความโกรธลง นกทั้งสองทูลว่าทศกัณฐ์เป็นผู้ลักนางไปและให้พระรามเดินทางต่อไปจะพบลิงดำ เมื่อพระรามและพระลักษณ์พบลิงดำ ลิงถวายผ้าสไบที่นางสีดาฝากไว้และบอกทางให้พระรามและพระลักษณ์เดินทางไปจนได้พบยักษ์กุมพลซึ่งมีกายเพียงครึ่งเดียว พระลักษณ์ใช้ตรีสังหารยักษ์กุมพล ต่อมาทั้งสองพบนกสดายุซึ่งคาบธำมรงค์ไว้รอถวายพระราม เมื่อเล่าเรื่องจบแล้วสดายุก็สิ้นใจ พระรามเสียพระทัยมากจึงจัดการปลงศพโดยแผลงศรเป็นไฟเผาสดายุ จากนั้นก็เดินทางจนได้พบหนุมาน (ข้อมูลจาก https://thailitdir.sac.or.th/detail.php?meta_id=200)
ใบลานขนาดสั้น จารด้วยตัวอักษรขอมไทย ภาษาบาลี และอักษรไทย ภาษาไทย สภาพเอกสารชำรุดเล็กน้อย อักษรบางส่วนหายไป แต่โดยรวมแล้วเนื้อหายังพออ่านได้แล้ว เนื้อหากล่าวถึง ธาตุของทั้ง 4 ที่บังเกิดให้เป็นรูปกาย โรคของเด็กที่เกิดเดือนและธาตุต่าง ๆ
ตำรายา เกี่ยวโรคและตำรับยารักษาโรค เช่น ไข้ 6 ประการ ยาชโลม ยาแก้เลือดตก ยาจันอุทัย ยาสมุตจร ยาเม็ดดำ ยาเม็ดขาว ยาเม็ดเหลือง ยารุคุณ สันนิบาตสองคลอง ยาออกลางสาด ยารัดฝีแดง ยาไข้สันนิบาต เป็นต้น
ไม้ประกับเป็นไม้อัดประกอบใบลานก้อม ยาว 28 ซ.ม. กว้าง 6 ซ.ม.
พระยาชมพูบดีเป็นกษัตริย์ที่มีบุญญาธิการ มีฤทธิ์เพราะมีศรวิเศษปราบได้ทั่วหล้า ด้วยพลังอำนาจนี้ทำให้พระยาชมพูบดีถือตนว่าเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่กว่ากษัตริย์ทุกพระองค์ในชมพูทวีป ครั้งหนึ่งพระยาชมพูเหาะผ่านปราสาทของพระเจ้าพิมพิสาร เห็นแสงของปราสาทส่องสว่างก็ไม่พอพระทัย ใช้พระบาทถีบยอดปราสาท แต่ก็ไม่อาจทำอันตรายยอดปราสาทได้เพราะอำนาจพระพุทธคุณที่คุ้มครองปราสาท แม้พระขรรค์ก็ไม่อาจทำลายยอดปราสาทได้ เมื่อพระยาชมพูกลับมาถึงเมืองจึงใช้ศรวิเศษไปเสียบพระกรรณของพระเจ้าพิมพิสาร ฝ่ายพระเจ้าพิมพิสารเห็นพระยาชมพูพยายามทำลายยอดปราสาทก็เกิดความกลัว หนีไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ศรของพระยาชมพูตามพระเจ้าพิมพิสารมายังเชตวันวิหาร พระพุทธเจ้าทรงเนรมิตจักรขับไล่ศรของพระยาชมพู พระยาชมพูกริ้ว สั่งให้ฉลองพระบาทไปจับตัวพระเจ้าพิมพิสาร ฉลองพระบาทแปลงเป็นนาคราชไปยังเชตวันมหาวิหาร พระพุทธเจ้าบันดาลพญาครุฑไล่จับนาค นาคก็ชำแรกดินหนีกลับไปหาพระยาชมพู พระพุทธเจ้าให้พระอินทร์ไปเชิญพระยาชมพูมาเฝ้า พระยาชมพูดื้อดึง พระอินทร์ปราบพยศพระยาชมพูและบังคับให้พระยาชมพูมาเฝ้าพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าให้สามเณรอรหันต์นำพระยาชมพูเข้ามาในเมือง พระยาชมพูและเหล่าอำมาตย์ไม่เคยเห็นเมืองที่มั่งคั่งและประชาชนที่งดงามดังเทวดา ก็ละอายยอมละทิฐิ ยอมออกบวชเป็นภิกษุ นางกาญจเทวีชายากับโอรสของพระยาชมพูได้ฟังเทศนาของพระพุทธเจ้าก็เกิดความเลื่อมใสออกผนวช สุดท้ายทุกคนก็สำเร็จอรหันตผล (ข้อมูลจาก https://www.sac.or.th/databases/thailitdir/detail.php?meta_id=332)
พระยาชมพูบดี ฉบับใบลานนี้มี 4 ผูก