เอกสารโบราณชุดนี้ถูกพบที่บ้านพักอดีตจุฬาราชมนตรี ต่วน สุวรรณศาสน์ เรียก บ้านเขียวอันยุมัน อาคารไม้ 2 ชั้นหลังเล็กอายุ 100 กว่าปี ปัจจุบันบ้านพักหลังนี้มีแผนถูกปรับเป็น พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด และแกลเลอรี่เล็ก ๆ สำหรับผู้สนใจเรื่องเกี่ยวกับอิสลามต่อไป
สมุดไทยดำ เรื่อง ท้าวลินทอง ฉบับวัดใหม่นครบาล จังหวัดราชบุรี (RBR003-100) เป็นสมุดไทยดำ เขียนด้วยเส้นเส้นหรดาล เส้นค่อนข้างเลือน อักษรไทย ภาษาไทย และอักษรขอมไทย ภาษาไทย แทรกเล็กน้อย ขนาด 10.7 x 34.5 x 0.9 เซนติเมตร จำนวน 36 หน้า หน้าละ 5 บรรทัด เอกสารค่อนข้างชำรุด เส้นหรดาลค่อนข้างเลือนลาง อ่านยาก อีกทั้งไม่ครบฉบับ เนื้อหาไม่ต่อเนื่อง
เนื้อเรื่องกล่าวถึง นางสุวรรณคำภู นางงามจนเป็นที่กล่าวขานไปทั่วดินแดน ลักลอบได้เสียกับท้าวลินทอง จนพระบิดาของนางระแคะระคายจึงป่าวประกาศให้ทหารเข้าจับตัวชายชู้ ลินทองหลบหนีโดยการแปลงกายปลาตะเพียนทอง
วันหนึ่งนางสุวรรณคำภูไปสรงน้ำในสระแก้วกลางอุทยาน พบปลาตะเพียนทองงามผิดธรรมดา จึงจับขึ้นมาใส่อ่างทองไว้ในปราสาทและให้อาหารทุกวันด้วยความเอ็นดู โดยไม่รู้ว่านั่นคือสามีผู้เนรมิตเป็นปลา ยามค่ำคืน ท้าวลินทองแปลงกายกลับคืนเป็นมนุษย์ มาปรากฏกายต่อหน้านาง ทั้งสองจึงแอบร่วมอภิรมย์ ต้นฉบับจบพียงเท่านี้
สมุดไทยดำ เขียนด้วยเส้นดินสอขาว อักษรไทย ภาษาไทย และอักษรขอมไทย ภาษาบาลี เนื้อหาอยู่ในหมวดตำรายา และไสยศาสตร์ และภาพยันต์
สมุดไทยดำ เขียนด้วยเส้นรง อักษรไทย ภาษาไทย ตัวอักษรสวยงามเป็นระเบียบอ่านง่าย เนื้อความเล่าถึงพระรามและพระลักษณ์ออกตามหานางสีดาจนถึงลำธารแห่งหนึ่ง พบนกยูงและนกยางกำลังตำหนิพระรามที่ปล่อยให้ทศกัณฐ์ลักนางไปได้ พระรามกริ้วจะสังหารนกทั้งสอง แต่เมื่อนกทูลเตือนพระรามก็คลายความโกรธลง นกทั้งสองทูลว่าทศกัณฐ์เป็นผู้ลักนางไปและให้พระรามเดินทางต่อไปจะพบลิงดำ เมื่อพระรามและพระลักษณ์พบลิงดำ ลิงถวายผ้าสไบที่นางสีดาฝากไว้และบอกทางให้พระรามและพระลักษณ์เดินทางไปจนได้พบยักษ์กุมพลซึ่งมีกายเพียงครึ่งเดียว พระลักษณ์ใช้ตรีสังหารยักษ์กุมพล ต่อมาทั้งสองพบนกสดายุซึ่งคาบธำมรงค์ไว้รอถวายพระราม เมื่อเล่าเรื่องจบแล้วสดายุก็สิ้นใจ พระรามเสียพระทัยมากจึงจัดการปลงศพโดยแผลงศรเป็นไฟเผาสดายุ จากนั้นก็เดินทางจนได้พบหนุมาน (ข้อมูลจาก https://thailitdir.sac.or.th/detail.php?meta_id=200)
โรคนิทาน แปลว่า เหตุที่เกิดโรค พระคัมภีร์โรคนิทาน เป็นชื่อของพระคัมภีร์ที่ว่าด้วยเหตุและสมุฏฐานของโรค เป็นอีกคัมภีร์หนึ่งที่ออกนามว่า โกมารภัจแพทย์ เป็นผู้แต่ง ซึ่งเชื่อว่าเป็นการกล่าวยกย่องโกมารภัจในฐานะเป็นครูทางการแพทย์ไทยคนหนึ่ง (อ้างอิงจาก : บุษบา ประภาสพงศ์ และคนอื่นๆ, แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์: ภูมิปัญญาทางการแพทย์และมรดกทางวรรณกรรมของชาติ, กรุงเทพฯ: สถาบันภาษาไทย กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ, 2542, หน้า 569.